ยจที่ล่อลวงมันมาถึงที่นี่ด้วยความโกรธเกรี้ยว หมายจะฉีกกระชากอีกฝ่ายให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ในเมื่อความแตกแล้วหุ่นเชิดดินโคลนก็ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอีกต่อไป
มันฉีกกระชากชุดคลุมผ้าที่เกะกะทิ้งไป หุ่นเชิดดินโคลนงัดเอาความสามารถทั้งหมดออกมา และเริ่มต่อกรกับจระเข้ยักษ์ที่อุ้ยอ้ายตัวนี้อย่างเป็นระบบ
จระเข้ยักษ์บึงมรณะอย่างไรเสียก็เป็นสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในน้ำ ในบึงที่ขุ่นคลั่กและโสโครก มันสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระคล่องแคล่วราวกับปลาได้น้ำ แต่บนพื้นดินที่แข็งกระด้าง ร่างกายอันมโหฬารกลับกลายเป็นภาระ เกล็ดแข็งที่ปกคลุมทั่วตัวทำให้มันเปรียบเสมือนรถศึกบ้าคลั่งที่พุ่งชนดะไปทั่ว ทุกที่ที่มันผ่าน เศษหญ้าปลิวว่อน ต้นไม้แห้งหักโค่น ทิ้งรอยครูดลึกไว้บนพื้นดิน
ทว่าจุดอ่อนของมันคือ การโจมตีที่กระจุกตัวอยู่ที่ส่วนหัวและหางมากเกินไป
อานุภาพทำลายล้างส่วนใหญ่รวมศูนย์อยู่ในพื้นที่รูปพัดด้านหน้า ภายในระยะนี้ การกัดขย้ำและการพุ่งชนอันดุร้ายสามารถทำให้ศัตรูขวัญหนีดีฝ่อได้ แม้แต่ทางด้านหลัง หางยาวที่ปกคลุมด้วยเกล็ดแข็งนั้น ทุกครั้งที่สะบัดฟาด ก็สามารถหวดศัตรูจนกระดูกหักเส้นเอ็นขาดได้เช่นกัน
แต่มีเพียงบริเวณ “สีข้าง” ทั้งสองฝั่งระหว่างขาหน้าและขาหลังเท่านั้น ที่เป็นจุดบอดโดยสมบูรณ์ ทั้งส่วนหัวและหางต่างเอื้อมมาไม่ถึง หากศัตรูหลบซ่อนอยู่ที่นี่ มันจำต้องขยับร่างกายอย่างเชื่องช้า เพื่อพยายามดึงศัตรูให้เข้ามาอ