! ขนาดอสูรแมลงมาร เอ็นทิค นายยังกล้าไปแหย่หนวดเสือ!” พอเห็นว่ากดดันอีกฝ่ายจนถอยได้ แมรี่ก็หันมาแซวกริมทันที
กริมยิ้มแห้งๆ ในใจ
‘ค่าความเกลียดชังเกินครึ่ง เธอเป็นคนลากมาลงหัวฉันทั้งนั้นแหละแม่คุณ รู้ตัวบ้างไหม?’
แต่เมื่อมองแมรี่ที่กำลังวางอำนาจปกป้องเขา เขากลับไม่รู้สึกรำคาญ กลับกัน… เขาสัมผัสได้ถึงความไว้วางใจและ “การพึ่งพา” บางอย่างที่อธิบายไม่ถูกจากตัวเธอ
พึ่งพา?
กริมส่ายหัวไล่ความคิด สงสัยการทดลองเมื่อครู่คงเผาผลาญพลังจิตวิญญาณไปมากเกิน ถึงได้มีความคิดเพ้อเจ้อตลกๆ แบบนี้ผุดขึ้นมา
ปฏิกิริยาโต้ตอบระหว่างกลุ่มเอ็นทิคกับคู่แมรี่-กริม ย่อมตกอยู่ในสายตาของผู้ฝึกหัดระดับสูงอีกสองคน ทั้ง เนตรพญาเหยี่ยว และ นางมารวิปลาส ต่างลอบมองมาที่พวกเขาเป็นระยะ
แมรี่ในตอนนี้เปรียบเสมือนแมวแม่ลูกอ่อนที่ขนพองสยองเกล้าเพื่อปกป้องอาณาเขต ขู่ฟ่อๆ ใส่ศัตรูไม่หยุดโดยไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
ขณะที่บรรยากาศในห้องกำลังตึงเครียดได้ที่ แสงเงาบนแท่นสูงด้านหน้าก็เกิดการสั่นไหว ร่างผอมแห้งหลังค่อมของจอมเวทแอนเดอร์สัน ก็ปรากฏตัวขึ้นจากความว่างเปล่า
สายตาเย็นชาและมืดมนกวาดมองไปทั่วห้อง จอมเวทแอนเดอร์สันใช้มือยันไม้เท้าเวทมนตร์ ยืนนิ่งเงียบอยู่ครู่หนึ่ง จนกระทั่งทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ เขาจึงเอ่ยปาก
“วันนี้ฉันมีข่าวดีหนึ่งเรื่อง… และข่าวร้ายหนึ่งเรื่องมาบอกพวกแก!”
ทุกคนกลั้นหายใจรอฟังด้วยใจระทึก
“ข่าวดีคือ… พวก