สองตนที่เหลือแม้จะคำรามด้วยความหงุดหงิด แต่ก็จำใจต้องข่มความกระหายเลือดเอาไว้ แล้วลากไหล่ทั้งสองข้างของกริมคลานต่อไปข้างหน้า
บึงโคลนคือบ้านเกิดของพวกมัน แต่พวกมันก็ต้องการสถานที่สักแห่งเพื่อเก็บรักษาสมบัติที่พวกมันคิดว่าล้ำค่า… ก้อนเนื้อตากแห้งเหม็นหืน, เกราะหนังขาดวิ่น, อาวุธสนิมเขรอะ หรือรากไม้สมุนไพร… ของพวกนี้หากแช่อยู่ในน้ำเสียย่อมเน่าเปื่อยเสียหาย
ดังนั้นซิมบ้าจึงขุดอุโมงค์ลับและสร้างรังที่แห้งสนิทไว้ในจุดที่ห่างไกลจากพื้นที่ชุ่มน้ำ และตอนนี้ กริมที่ถูกสาปเป็นหินก็กำลังถูกนำส่งไปยังคลังสมบัตินั้น
แม้โคลนตมจะอุดหูตาจมูกปาก และร่างกายจะแข็งทื่อราวกับรูปปั้น แต่สติสัมปชัญญะของกริมกลับตื่นตัวเต็มที่ รับรู้ทุกความเป็นไปรอบข้างได้อย่างชัดเจน
“ข้างนอกเริ่มสู้กันแล้ว!”
แรงสั่นสะเทือนที่ส่งผ่านมาตามพื้นดินทำให้กริมจินตนาการถึงความวิบัติของสงครามด้านนอกได้ แม้เผ่าแม่เฒ่าปีศาจจะได้เปรียบเรื่องจำนวนและสถานที่ แต่กริมไม่คิดว่าพวกมันจะทำอะไรโลลิตัวอันตรายคนนั้นได้
พวกสัตว์เดรัจฉานที่ไม่รู้วิธีรับมือเวทมนตร์ธาตุ และอาศัยแค่แรงควายในการต่อสู้ เมื่ออยู่ต่อหน้า กำแพงมิติพิทักษ์ ที่ดูบอบบางราวกับแก้วของอลิซ ก็ไม่ต่างอะไรกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ ขอเพียงแค่พวกมันหา “ประตูลับ” บนกำแพงมิติไม่เจอ ต่อให้ทุบจนรากเลือด ก็ไม่มีทางทำลายการป้องกันนั้นได้
เว้นแต่พวกมันจะใช้จำนวนเข้าแลกเพื่อเผาผลาญพลังจิตวิญ