ไม่ถึงตาย แต่ก็ทำให้เธอหมดสภาพการต่อสู้โดยสิ้นเชิง แม้แต่กริมที่อยู่อีกด้านของประตูยังได้ยินเสียงกระดูกหักดังกรอบแกรบชัดเจน
“ผีดูดเลือดแรกกำเนิดที่ไร้สติปัญญา… ข้าจะเก็บตัวไร้ค่าแบบเจ้าไว้ทำไม? ไปตายซะ!”
จอมเวทแอนเดอร์สันแสยะยิ้มเหี้ยม ยกมือขวาที่แห้งเหี่ยวขึ้นมาเพลิงมรณะเนโครสีขาวซีดกลุ่มหนึ่งลุกโชนขึ้นบนฝ่ามือ เขาคว่ำมือแล้วกดมันลงไปบนหน้าผากของแมรี่ที่กำลังดิ้นรนและร้องครวญคราง
บางทีอาจเป็นเพราะสัมผัสได้ถึงมัจจุราชที่คืบคลานเข้ามา สัญชาตญาณระวังภัยของผีดูดเลือดจึงสงบลงกะทันหัน แมรี่ชุดแดงกรีดร้องเสียงแหลม พยายามมุดร่างหนีไปด้านหลังอย่างสุดชีวิต ดวงตาที่เคยเป็นสีแดงฉานกลับกลายเป็นสีเขียวมรกตที่ฉายแววหวาดกลัวต่อเพลิงมรณะเนโครอย่างลึกซึ้ง
“หือ?” จอมเวทแอนเดอร์สันอุทานเบาๆ แล้วชะงักมือ “ความกลัวตายกระตุ้นให้เจ้าเรียกสติคืนมาได้งั้นรึ? นี่นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน น่าสนใจ… น่าศึกษายิ่งนัก”
จอมเวทเฒ่าพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะกำมือดับเปลวไฟสีขาวซีดนั้นลง จากนั้นเพียงดีดนิ้วเบาๆ เกลียวพายุหมุนขนาดเล็กนับสิบสายก็ปรากฏขึ้นรัดพันคอ แขนขา และข้อต่อทั้งหมดของแมรี่จนขยับไม่ได้
เขาหันไปมองซากศพที่เหลืออยู่ของแองก์โซแวบหนึ่ง
เนื่องจากถูกแมรี่สูบเลือดไปจนหมดตัว ซากศพของแองก์โซจึงเน่าเปื่อยและย่อยสลายเร็วผิดปกติ ผิวหนังที่เคยเต่งตึงกลับแห้งกรังแตกระแหง ราวกับมัมมี่ที่ถูกฝังมานานนับสิบปี
“ห