ชั่วครู่ต่อมา หลิวเยียนผิงก็จูงมือเด็กน้อยทั้งสามมุ่งหน้าแยกจากไปในทิศทางตรงกันข้าม การมุ่งหน้ากลับสู่ชายป่าในยามนี้แทบไร้ซึ่งภยันตรายใด ๆ เพราะพื้นที่โดยรอบถูกกวาดล้างจนสิ้นซากแล้ว ต่อให้มีอสรพิษหรืออสูรวัวหลงเหลืออยู่บ้างสักสองสามตน ก็เชื่อมั่นได้ว่าฝีมือระดับหลิวเยียนผิงย่อมรับมือได้ไม่ยากเย็น
“ศิษย์พี่เมิ่ง ขอบพระคุณท่านมากนะคะ” เมื่อหลิวเยียนผิงจากไปไกลแล้ว หลี่เสวี่ยโหรวก็หันมาเอ่ยกับเมิ่งฝานด้วยน้ำเสียงจริงใจ
นางซึ้งใจที่เขาช่วยดึงสติและหยุดยั้งมือนางไว้ มิเช่นนั้นนางคงต้องแบกรับตราบาปที่สังหารผู้บริสุทธิ์ไปจนตาย!
“ข้าเป็นพี่ชายของเจ้า จะขอบคุณกันไปไย” เมิ่งฝานเอื้อมนิ้วไปแตะหน้าผากนางเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูพลางระบายยิ้ม “เอาล่ะ เดินหน้าต่อเถอะ!”
อันที่จริง อันตรายในป่าแห่งนี้สูงกว่าที่เมิ่งฝานประเมินไว้เล็กน้อย ขนาดนี่ยังมิทันเข้าสู่ใจกลางป่า ก็ยังต้องเผชิญกับพญางูขาวที่น่าหวาดหวั่นถึงเพียงนั้น หากผู้ที่พบเจอมิใช่เขา แต่เป็นศิษย์คนอื่นของสำนักซู่ซัน ป่านนี้คงได้ลงไปนอนย่อยอยู่ในท้องงูเป็นที่เรียบร้อย