เมิ่งฝานตอบกลับด้วยสีหน้าเรียบเฉยทว่าแฝงความจริงจัง “นั่นเป็นเพราะข้าเชื่อมั่นอย่างสุดหัวใจว่าพวกเจ้าทั้งสองสามารถจัดการพวกมันได้ หากข้าสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปสอดมือ ย่อมเป็นการดูแคลนความสามารถของพวกเจ้า… หรือว่าพวกเจ้าอยากให้ข้ามองข้ามศักดิ์ศรีของพวกเจ้ากันล่ะ?”
เมื่อได้ยินข้ออ้างที่บิดเบือนเหตุผลอย่างหน้าด้าน ๆ หลิวเยียนผิงถึงกับกัดฟันกรอดด้วยความโมโหจนพูดไม่ออก!
หลี่เสวี่ยโหรว มิได้เอ่ยคำทัดทานใดต่อคำกวนประสาทของเมิ่งฝาน นางทำเพียงก้มหน้าก้มตาใช้กระบี่ขุดเอาแก่นอสูรออกจากซากวัวหน้าคนอย่างเงียบเชียบ เมื่อ หลิวเยียนผิง เห็นดังนั้นจึงรีบทำตามทันที นางตั้งใจจะเก็บกวาดแก่นอสูรจากซากที่เมิ่งฝานสังหารทิ้งไว้ก่อนหน้าเพื่อเป็นการ ‘เอาคืน’ และระบายความขุ่นเคืองในใจ
ทางด้านเมิ่งฝาน เขาฉวยจังหวะนี้ดูดซับกลิ่นอายวิญญาณจากซากอสูรสามตัวสุดท้าย แม้พลังที่เหลืออยู่จะน้อยนิดจนเขาเปรียบเปรยว่าเป็นเพียง ‘ขาของยุง’ แต่สำหรับเขามันก็ยังเป็นเนื้อหนังที่มิต้องการทิ้งให้สูญเปล่า ส่วนพวกอสูรวัวชั้นต่ำทั่วไปในยามนี้ในสายตาของเขามันไม่มีค่าแม้แต่จะเป็นเศษฝุ่นด้วยซ้ำ!