ายอะไร”
พูดจบ เธอกดอุปกรณ์สื่อสารในมือ บนภาพสามมิติก็ปรากฏภาพของเด็กสาวที่หลัวโหวคุ้นเคยยิ่งนัก
หลัวโหวตกใจอย่างมาก
เสี่ยวเซวียนกลับมาแล้วหรือ
“ทำไมไม่บอกฉันล่ะ”
“รุ่ยเสวีย มานี่หน่อย มีเรื่องจะคุย”เสินเฟยเฟยปิดการสื่อสารทันที
“แล้วนี่ ให้นั่งอยู่นี่เลย ห้ามเดินไปไหนเด็ดขาด” เสินเฟยเฟยตะโกนใส่หลัวโหวจากนั้นก็เดินไปนั่งบนโซฟาไม้สวยสบาย และไม่สนใจหลัวโหวเลย พักหน้าคาง คิดอะไรไม่รู้
เหลือแต่หลัวโหวยืนอยู่คนเดียวในห้องโถงกว้าง คนอื่นๆ ที่เดินผ่านมาก็มองเขาด้วยความสนใจ
“พี่เฟย ตามหาฉันเหรอคะ” เสียงคุ้นเคยของโจวรุ่ยเสวียดังขึ้น
เสินเฟยเฟยลุกขึ้นและพูดกับโจวรุ่ยเสวียที่มาถึง “มาพอดีเลย รุ่ยเสวีย”
หลังจากนั้นเสินเฟยเฟยยังคงไม่สนใจหลัวโหวและเริ่มคุยกับโจวรุ่ยเสวียเรื่องเล็กๆ น้อยๆ
หลัวโหวคิดในใจ เฮ้ย หญิงทั้งสี่ของฉันน่าจะกลับมาแล้วกระมัง ฉันกลับมาแค่เดือนกว่าๆ พวกเธอก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ กลับมาก็กลับมา ทำไมไม่บอกฉันล่ะเถียนจิ้งก็ไม่รู้เรื่องด้วย
นานพักใหญ่เสินเฟยเฟยถึงพูดว่า “รุ่ยเสวีย ไปทำงานของเธอไปก่อน คืนนี้ไปพักที่ปราสาทลอยฟ้าของเธอ แล้วเดี๋ยวจะกลับไปด้วยกัน”
“งั้นก็ได้ ฉันจะไปทำงานก่อนนะคะ” โจวรุ่ยเสวียก็ขับกระดานต้านแรงโน้มถ่วงออกไป
ตลอดเวลาไม่เคยมองที่หลัวโหวแม้แต่ครั้งเดียว
เสินเฟยเฟยมองเห็นศิษย์น้องเดินจากไปแล้ว จึงค่อยๆ เดินเข้าไปหน้า หลัวโหว “รุ่ยเสวี่ยคงไม่ได้สมคบคิดกับคุณแน่นะ”