เมิ่งฝานปรายตามองหวังจิ่วหยวนที่ยืนตาค้างอยู่ข้าง ๆ แล้วยกยิ้มกวนประสาท
“อิจฉาพวกเขาล่ะสิ?”
เขามองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งว่าพ่อหนุ่มคนนี้กำลังคิดอกุศลอยู่
หวังจิ่วหยวนรีบส่ายหน้าโบกมือพัลวัน “ศิษย์พี่เมิ่งเข้าใจผิดแล้ว! ข้านั้นมุ่งมั่นเพียงวิถีกระบี่ ใจคอหนักแน่นไม่ฝักใฝ่ในนารี”
เมื่ออยู่ต่อหน้าสองสาวงามอย่างหลี่เสวี่ยโหรวและหลิวเยียนผิง เขาย่อมต้องปั้นมาดวีรบุรุษผู้มีคุณธรรมออกมาก่อน ทว่าพอมองลึกเข้าไปอีกนิด เขาก็พบว่าดอกไม้ทั้งสองดอกนี้ดูเหมือนจะมีเจ้าของเสียแล้ว แถมยังดูเหมือนจะถูกปักอยู่ในแจกันใบเดียวกันอีกต่างหาก!
เอ่อ… หวังจิ่วหยวนรีบสลัดความคิดพเนจรนั้นทิ้งไปก่อนจะกู่ไม่กลับ
เมิ่งฝานหัวเราะเบา ๆ “บุรุษย่อมแพ้ทางโฉมงาม นี่มิใช่เรื่องน่าอับอาย หากเจ้าพึงใจนางนัก ข้าจะช่วยจับนางมาให้เจ้าอุ่นเตียงก็ได้นะ”
หวังจิ่วหยวนยิ้มเจื่อนอย่างกระอักกระอ่วน
“ศิษย์พี่อย่าล้อข้าเล่นเลย สำนักซู่ซันเราเป็นสำนักฝ่ายธรรมะที่มีชื่อเสียง จะไปทำเรื่องฉุดคร่าสตรีอย่างนั้นได้อย่างไรกัน”
เมิ่งฝานตบบ่าหวังจิ่วหยวนเบา ๆ เลิกล้อเลียนคนขี้อาย ก่อนจะหันไปทางสองสาวแล้วถามสั้น ๆ
“พวกเจ้าสองคน ใครจะขึ้น?”