“เลิกแสร้งทำเป็นถ่อมตัวเสียทีเถอะ! ในบรรดาคนทั้งหมด ข้ารู้จักฝีมือเจ้าดีที่สุด หากแม้แต่คนอย่างเจ้ายังเอาชีวิตไม่รอด เห็นทีขบวนร้อยกระบี่จากสามสำนักใหญ่ ทั้งซู่ซัน อู๋จี๋ และคุนหลุน คงได้พ่ายแพ้ยับเยินกลายเป็นปุ๋ยเฝ้าดินแดนอสูรกันหมดแน่!”
หลิวเยียนผิงกล่าวอย่างมั่นใจ เพราะสำหรับนางแล้ว เมิ่งฝานเปรียบเสมือนครึ่งอาจารย์ที่คอยชี้แนะวิถีกระบี่ให้นางมาโดยตลอด
นางกลอกตาไปมาพลางใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาจนเมิ่งฝานเริ่มรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี
“เจ้ากำลังคิดแผนการพิเรนทร์อันใดอยู่อีก?” เมิ่งฝานถามอย่างอ่อนใจ
“ความจริงแล้ว ที่ข้ารับปากท่านปู่ว่าจะไม่ไปแดนอสูรน่ะ ก็แค่เรื่องโกหกทั้งเพ! เดิมทีข้าตั้งใจจะแอบหนีออกไปคนเดียวด้วยซ้ำ แต่พอรู้ว่าเจ้าไปด้วยเช่นนี้ ข้าก็เบาใจไปกว่าครึ่ง!” หลิวเยียนผิงประกาศกร้าวพร้อมรอยยิ้มร่าเริง
เมิ่งฝานถึงกับขมวดคิ้วมุ่น นี่มันเรื่องที่เขาควรจะมารับรู้ด้วยอย่างนั้นหรือ?
หากหลิวเยียนผิงหายตัวไปจริง แล้วอาวุโสหลิวบุกมาเอาเรื่องเขาฐานพาหลานสาวเขาหนีเที่ยว ภาระอันหนักอึ้งนี้เขาไม่ขอรับไว้เด็ดขาด!