“มิแปลกใจเลยแม้แต่น้อยขอรับ การสังหารอสูร ขจัดมารร้าย เพื่อผดุงความยุติธรรม นับเป็นปณิธานอันสูงสุดของศิษย์สำนักกระบี่ซู่ซันอย่างเรา!” เมิ่งฝานตอบด้วยน้ำเสียงก้องกังวานและเปี่ยมด้วยพลัง
“เฮอะ พูดจาสวยหรูต่อหน้าอาจารย์เช่นนี้ ไม่รู้สึกเลี่ยนบ้างหรืออย่างไร?” ผู้เฒ่าหลินกลอกตาใส่ศิษย์รักด้วยความระอา
“แหะ ๆ แล้วความจริงเป็นเช่นไรล่ะขอรับ?”
เมิ่งฝานยอมรับตามตรงว่าเขาสงสัยอยู่ไม่น้อย เพราะปกติแล้วผู้เฒ่าหลินมักจะปล่อยให้เขาฝึกฝนตามอัธยาศัย แต่นี่เป็นครั้งแรกที่อาจารย์เป็นฝ่ายออกหน้าจัดการภารกิจให้เขาอย่างกระตือรือร้นผิดปกติ
“ในแดนอสูรนั้น แม้จะเต็มไปด้วยภยันตราย แต่มันก็เป็นสถานที่ที่อุดมไปด้วยวาสนาและโอกาสมากมายมหาศาล มนุษย์ที่ย่างกรายเข้าไปจะถูกกฎเกณฑ์แห่งดินแดนจำกัดระดับพลังไว้ ในขณะที่เหล่าอสูรร้ายก็ถูกกดทับตบะไว้เช่นกัน ด้วยฝีมือและวิถีกระบี่ของเจ้าในยามนี้ ข้าเชื่อว่าเจ้าจะไร้คู่ต่อสู้ และสามารถช่วงชิงโอกาสที่ซ่อนอยู่ในนั้นมาเป็นของตนได้!”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘โอกาส’ จากปากอาจารย์ เมิ่งฝานก็ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที
“ท่านอาจารย์ แล้วโอกาสที่ว่านั้น คือสิ่งใดกันแน่ขอรับ?”