รุ่งเช้าวันถัดมา เมิ่งฝานรุดขึ้นไปยังชั้นสองของหอศาสตราทันที
“ท่านผู้เฒ่าหลิน ข้าต้องการไปใคร่ครวญแท่นจารึกเทพกระบี่ขอรับ” เมิ่งฝานเอ่ยเจตจำนงตรง ๆ
ก่อนหน้านี้ ท่านผู้เฒ่าหลินได้มอบรางวัลให้เขาเป็นโอกาสในการเข้าใคร่ครวญแท่นจารึกเทพกระบี่เป็นเวลาหนึ่งวันหนึ่งคืน ทว่าที่ผ่านมาเมิ่งฝานยังคงเก็บโอกาสนั้นไว้มิได้ใช้
“เมิ่งฝาน เจ้าเคยลั่นวาจาไว้มิใช่รึว่าจะรอให้อ่านคัมภีร์กระบี่ชั้นหนึ่งของหอศาสตราให้ครบถ้วนเสียก่อน จึงค่อยไปใคร่ครวญแท่นจารึกเทพกระบี่ บัดนี้เจ้าศึกษามันจนจบสิ้นแล้วรึ?” ท่านผู้เฒ่าหลินเอ่ยถามด้วยท่าทีที่เดาใจมถูก
เมิ่งฝานลังเลไปชั่วครู่ ก่อนจะยอมรับตามความจริง “ยังขาดอยู่อีกมิน้อยขอรับ ยังอ่านมิครบถ้วนดี”
ท่านผู้เฒ่าหลินขมวดคิ้วมุ่น “แล้วอีกกี่วันจึงจะอ่านจบได้?”
“ประมาณห้าวันก็น่าจะครบถ้วนขอรับ”
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เหตุใดเจ้าจึงเปลี่ยนใจรวดเร็วปานนี้ ใจร้อนอยากไปใคร่ครวญแท่นจารึกเทพกระบี่จนมิอาจรอได้อีกเพียงห้าวันเชียวรึ?”
เมื่อถูกจี้ถาม เมิ่งฝานจึงนิ่งอั้นไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเล่าเรื่องราวโศกนาฏกรรมที่ได้พบเห็นในสวนท้อเมื่อวานให้ท่านผู้เฒ่าหลินฟังอย่างละเอียด