เจียงผั่วเยว่ยังคงกำหมัดแน่นจนเล็บจิกลึกเข้าไปในเนื้อหยาบ ทว่าความเจ็บปวดทางกายหาได้ระคายผิวเขาไม่ แววตาของเขาเริ่มพร่าเลือนเหม่อลอยขณะเดินกลับเข้าสู่กลุ่มคนของสำนักคุนหลุน… ศึกชิงเจ้ากระบี่ในเชิงอักษรศิลป์และวิถีกระบี่ล้วน ๆ จบสิ้นลงเพียงเท่านี้ การประลองที่เดิมทีคาดการณ์ไว้ว่าต้องกินเวลาถึงสามวัน กลับยุติลงอย่างเบ็ดเสร็จภายในวันเดียว
ที่ด้านล่างเวทีทงเทียน เมิ่งฝานยักไหล่พลางบิดคอคลายความเมื่อยล้า
“ไปกันเถิด ฉากจบมาถึงแล้ว” เขาหันไปกล่าวกับหลิวเยียนผิง
ทว่าหลิวเยียนผิงยังคงตกอยู่ในสภาวะตะลึงลาน แววตาของนางดูว่างเปล่าขณะพึมพำออกมาอย่างแผ่วเบาว่า
“เหตุใดกัน ทั้งที่เป็นมนุษย์เหมือนกันแท้ ๆ แต่เหตุใดอัจฉริยะพวกนี้ถึงได้มีดาหน้ากันออกมามิหยุดหย่อนเช่นนี้?”
เมิ่งฝานพยักหน้าเห็นพ้อง “ผู้ดูแลหยางท่านนี้ นับเป็นอัจฉริยะที่น่าพรั่นพรึงอย่างแท้จริงขอรับ”
ก่อนหน้านี้เขาเคยประเมินว่าเหอหยิ่งคือยอดอัจฉริยะที่หาได้ยากยิ่งของซู่ซัน ทว่าบัดนี้เขาตระหนักแล้วว่าตนเองยังมองโลกแคบเกินไป สำนักซู่ซันสมเป็นสำนักกระบี่อันดับหนึ่งใต้หล้า รากฐานที่สืบทอดกันมานับพันปีช่างล้ำลึกจนยากจะหยั่งถึง