เพียงเพื่อความโอ่อ่าชั่วครู่ยาม แต่ต้องแลกมาด้วยมหันตภัยที่ตามรังควานเช่นนี้… คุ้มค่าแล้วรึ?
มิคุ้มเสียเลยสักนิด!
แม้สิ่งที่โหมกระหน่ำอยู่ในความคิดอาจเป็นเพียงการคาดคะเนของเมิ่งฝาน ทว่าในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรอันโหดร้าย ความเป็นไปได้เช่นนี้หาได้ต่ำต้อยไม่ การซุ่มซ่อนคมฝักและสะสมทรัพย์อย่างเงียบเชียบต่างหาก คือวิถีที่สอดคล้องกับตัวเขาที่สุด
เขามิมีความจำเป็นต้องป่าวประกาศความเก่งกาจ หรือร้องขอทรัพยากรล้ำค่าจากสำนักมาประโคมกาย เพียงมีท่านผู้เฒ่าหลินคอยเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรอยู่ในหอศาสตรา และมีแผ่นจารึกเทพกระบี่เป็นครูชี้แนะ ก็นับว่าเพียงพอที่จะทำให้เขา ‘ทะยานสู่สรวงสวรรค์’ ได้ในวันใดวันหนึ่งแล้ว
“ศิษย์พี่หลิว ท่านมิคิดจะก้าวขึ้นไปทดสอบคมกระบี่ของตนเองดูบ้างรึขอรับ?” เมิ่งฝานเอ่ยถามหยั่งเชิง
“ข้าขึ้นไปก็มิวายต้องพ่ายแพ้อยู่ดี จะไปให้เสียหน้าทำไมกัน?” หลิวเยียนผิงตอบอย่างเจียมตัว นางรู้ซึ้งถึงขีดจำกัดของตนเองเป็นอย่างดี