สิ่งนี้ทำให้ศิษย์พี่หลัวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รู้สึกริษยายิ่งนัก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเขามักจะถูกท่านผู้เฒ่าหลินดุด่าว่ากล่าวอยู่เป็นนิจ มิเคยได้รับคำชมเชยจากท่านผู้เฒ่าหลินเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เมิ่งฝานลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยถามท่านผู้เฒ่าหลินว่า “ท่านผู้เฒ่าหลิน แม้ปฏิภาณของผู้น้อยจะพอใช้การได้บ้าง แต่การจะยกระดับขึ้นสู่ขอบเขตเทียนหยวนภายในเวลาเพียงสองปี นั่นแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปมิได้สำหรับผู้น้อยมิใช่หรือขอรับ”
“ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้เป็นผู้ที่มีรากปราณระดับสุดยอด ก็ยังยากที่จะก้าวข้ามจากขั้นรวบรวมลมปราณระดับที่สามไปสู่ขอบเขตเทียนหยวนภายในสองปีมิใช่หรือขอรับ แล้วผู้น้อยที่เป็นเพียงรากปราณระดับขยะจะทำได้อย่างไร”
นี่มิใช่ความถ่อมตัวของเมิ่งฝาน เพราะต่อให้เขาสามารถดูดซับต้นกำเนิดกระบี่มาเร่งความเร็วในการฝึกฝนได้ แต่มันก็แทบจะเป็นไปมิได้เลยที่จะบรรลุถึงขอบเขตเทียนหยวนภายในสองปี
หากลองคำนวณดู เขายังขาดอยู่อีกถึงสิบเจ็ดระดับขั้น
มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะก้าวหน้าหนึ่งระดับต่อหนึ่งเดือน