แต่เงื่อนไขสำคัญคือเย่เฟิงต้องไม่ใช้พลังปราณกดข่ม ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็นการรังแกคนที่ไร้ทางสู้เกินไป
“วางใจเถอะ! หากประลองวิชากับศิษย์ฝ่ายนอกที่มีพื้นฐานเพียงระดับฝึกปรือขั้นที่ 1 แล้วข้ายังต้องใช้ปราณแท้อีก ข้าก็คงไม่มีหน้าจะอยู่ในสำนักกระบี่ซู่ซันต่อไปแล้ว!”
เมื่อได้ยินคำยืนยันจากเย่เฟิง มุมปากของหลิวเยียนผิงก็ยกยิ้มขึ้นบาง ๆ
ไม่ต้องพูดถึงวิชาอื่น แค่เมิ่งฝานงัดเอา ‘เพลงกระบี่วารีคลั่ง’ ออกมา ก็เพียงพอจะสั่งสอนให้เย่เฟิงรู้จักวิธีสะกดคำว่าที่ต่ำที่สูงได้แล้ว… เรื่องนี้นางมั่นใจที่สุด!
ยิ่งไปกว่านั้น หลิวเยียนผิงยังมีความรู้สึกลึก ๆ ว่าเมิ่งฝานผู้นี้ยังซุกซ่อน “เพลงดาบเร้นลับ” อื่น ๆ ไว้อีกไม่น้อย
เมิ่งฝานทำหน้าปลาตาย พลางเอ่ยกับหลิวเยียนผิงและเย่เฟิงอย่างอ่อนใจ “นี่… พวกท่านจะทะเลาะกันก็ทะเลาะไปสิ จะลากข้าเข้าไปเกี่ยวด้วยทำไม? เรื่องนี้มันไม่เห็นจะเกี่ยวกับข้าตรงไหนเลย!”
หลิวเยียนผิงถลึงตาใส่เมิ่งฝานทันควัน “จะไม่เกี่ยวได้อย่างไร! ในเมื่อเขากล่าวหาว่าเจ้าเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ เจ้าไม่อยากพิสูจน์ตัวเองให้เขารู้สำนึกบ้างหรือ?”