บทที่ 16 เจ้ามิรู้อันใดเกี่ยวกับความมั่งคั่งของเศรษฐินีเสียแล้ว
เมิ่งฝานเหลือบมองหลิวเยียนผิงพลางเผยรอยยิ้มขมขื่น “แม่นาง… วันนี้ข้ามิได้ไปหมอบซุ่มอยู่เบื้องหลังท่านแล้วนะ”
เขายอมรับว่าเริ่มรู้สึก ‘เข็ดขยาด’ กับการถูกกล่าวหาเกินจริงไปบ้างแล้ว
ด้วยเรื่องพรรค์นี้ ต่อให้มีปากสิบปากก็ยากจะอธิบายให้กระจ่างแจ้งได้!
หากนางปักใจเชื่อว่าเขา ‘แอบมอง’ เขาก็สิ้นท่าจะโต้แย้ง เพราะในความเป็นจริงเขาก็จับจ้องนางอยู่จริง ๆ เพียงแต่เป้าหมายของสายตานั้นอยู่ที่ ‘วิถีกระบี่’ มิใช่ ‘เรือนร่าง’ ของนาง ทว่าในสายตาคนนอก... เจ้าจะเอาเหตุผลกลใดมาจำแนกแยกแยะระหว่างการมองกระบี่กับการมองคนเล่า?
อธิบายไปก็มีแต่จะเข้าตัวเสียเปล่า ๆ!
ถึงแม้เมื่อวานเขาจะแสดงปาฏิหาริย์ด้วยการร่ายรำกระบี่วารีคลั่งให้ดูจนนางอึ้งไปครู่หนึ่ง แต่นั่นก็เป็นเพียงการยอมรับในเชิงฝีมือ ส่วนในส่วนลึกของหัวใจ หลิวเยียนผิงย่อมยังเชื่อฝังหัวว่าเมิ่งฝานแอบลอบมองนางมานานนับปี เพียงแต่นางเลือกที่จะไม่ขุดคุ้ยให้เสียเวลาเท่านั้น
ต้องยอมรับจริง ๆ ว่า ยามที่บุรุษอยู่ภายนอกบ้าน จำต้องรู้จักปกป้องตนเองให้ดีเสียหน่อย…