ด้วยการสะบัดกระบี่เพียงครั้งเดียว พลังโจมตีของเมิ่งฝานในยามนี้สามารถเทียบเคียงกับผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นที่สามได้อย่างเต็มภาคภูมิ
แม้ว่าก่อนหน้านี้ ด้วยพรสวรรค์อันเลิศเลอและความเชี่ยวชาญในเพลงกระบี่จะทำให้เมิ่งฝานสามารถต่อสู้ข้ามขั้นได้อย่างมิยากเย็น ทว่าลึก ๆ แล้วเขากลับรู้สึกว่านั่นเป็นเพียงการอาศัยเล่ห์เหลี่ยมและช่องโหว่ทางเทคนิค หาใช่พลังทำลายล้างที่มั่นคงและทรงพลังจากเนื้อแท้ไม่!
ทว่าท่า ‘ผ่าขุนเขา’ นี้ ได้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างด้านพลังโจมตีที่เคยเป็นข้อบกพร่องของเขาจนสิ้น
หลังจากทดสอบกระบี่จนสิ้นสงสัย เมิ่งฝานที่กำลังอิ่มเอมกับความสำเร็จก็เริ่มลงมือปรนนิบัติขัดเงาศาสตราต่อ
เมื่อคืนนี้เขาเร่งรีบนำกระบี่ถงซานกลับไปวางคืนบนชั้นไม้เพราะอาการบาดเจ็บที่สมอง จนมิทันได้ทำความสะอาดให้เรียบร้อย และที่สำคัญที่สุด… เขายังมิได้ดูดซับ ‘ปราณธาตุกระบี่เจี้ยนหยวน’ จากกระบี่เล่มนั้นเลย!
สำหรับเขานั้น ปราณธาตุเหล่านี้มิต่างจาก ‘โอสถทิพย์’ ที่ช่วยเร่งรัดความเร็วในการบำเพ็ญเพียร จะให้สูญสลายไปแม้เพียงเศษเสี้ยวเดียวมิได้เป็นอันขาด!