“หัวใจสำคัญของกระบี่ชุดนี้ คือการจู่โจมอย่างต่อเนื่องไร้รอยตะเข็บ ต้องผสานความอ่อนช้อยเข้ากับความเร็วดุจพายุฝนกระหน่ำ เพื่อกดดันมิให้คู่ต่อสู้มีโอกาสได้ตั้งตัวแม้เพียงกะพริบตา”
เมิ่งฝานเอื้อมมือไปหยิบกระบี่ไม้เล่มหนึ่งจากแท่นวางที่มุมห้อง เขาชักมันออกจากฝักอย่างเยือกเย็น ก่อนจะวางฝักกระบี่ลงข้างกายด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“แม่นาง… กระบี่ของท่านน่ะ ช้าเกินไป!”
สิ้นคำ เมิ่งฝานก็เริ่มขยับกายร่ายรำกระบี่ในทันที
หญิงสาวที่ยืนอยู่เบื้องหน้ายังคงจ้องมองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม แม้ถ้อยคำวิพากษ์วิจารณ์ของเขาจะฟังดูมีหลักการเพียงใด แต่นางก็ยังปักใจเชื่อว่ามันเป็นเพียงการโอ้อวดคำโตเพื่อตบตาเท่านั้น
ลูกเจี๊ยบที่เพิ่งหัดรวบรวมลมปราณขั้นที่หนึ่งน่ะรึ จะมองทะลุแก่นแท้ของกระบี่วารีคลั่งได้? หากเขาสามารถสั่งสอนข้าได้จริง ๆ เช่นนั้นข้าจะพากเพียรฝึกฝนไปเพื่ออันใด!
“ดูให้ดี!” เมิ่งฝานขานเรียกสติ
พริบตานั้น กระบี่ไม้ในมือเขาก็พุ่งทะยานออกไป ราวกับพญาห่านป่าที่โผบินตัดขอบฟ้าอย่างองอาจ ท่วงท่านั้นทั้งรวดเร็วและเฉียบคมจนน่าตื่นตะลึง!