บทที่ 12 ข้าหน้าตาดีถึงเพียงนั้นเชียวรึ?
การลงมือเพียงสองคราของเมิ่งฝาน ทำให้หยางสือประจักษ์แจ้งแก่ใจว่าตนเองมิใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ช่องว่างระหว่างพวกเขานั้นห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว!
ทว่าในยามนี้ สิ่งที่เขานึกหวาดหวั่นมิใช่เพียงตัวเมิ่งฝาน แต่กลับเป็นความลี้ลับของ ‘หอศาสตรา’ เสียมากกว่า
ศิษย์รับใช้จิปาถะผู้หนึ่ง เพียงก้าวเท้าเข้าสู่หอศาสตรามิได้กี่วัน กลับเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินปานนี้ หากจะบอกว่าเรื่องนี้มิเกี่ยวพันกับความอัศจรรย์ของหอศาสตรา เขาย่อมมิมีวันเชื่อเป็นเด็ดขาด!
“ในเมื่อยอมพ่ายแล้ว ก็จงไสหัวไปเสีย” เมิ่งฝานปรายตามองหยางสือด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะละปลายกระบี่ไม้จากลำคอของอีกฝ่าย
หยางสือหมุนกายจากไปทันที มิคิดจะดันทุรังเอาชนะหรือต่อกรกับเมิ่งฝานอีกต่อไป
สิ่งที่เมิ่งฝานมิอาจล่วงรู้ได้เลยคือ ในยามนี้ ณ ชั้นดาดฟ้าของตำหนักฝึกวิชา มีผู้อาวุโสสองท่านกำลังนั่งเดินหมากพลางลอบสังเกตการณ์เขาอยู่เงียบ ๆ
“ขอบเขตรวบรวมลมปราณขั้นที่หนึ่ง กลับสามารถสยบขั้นที่ห้าลงได้อย่างราบคาบ... สำนักซู่ซันของพวกเรามิได้ปรากฏอัจฉริยะเยี่ยงนี้มานานเท่าใดแล้ว?”