หยางสือจ้องหน้าเมิ่งฝานด้วยโทสะที่เดือดพล่านพลางเค้นเสียงเย็น “กระบี่ของข้ายังซุกซ่อนอยู่ที่เจ้าเห็น ๆ! ตามธรรมเนียมการสับเปลี่ยนกระบี่ ใช้หินปราณเพียงสามก้อนเท่านั้น”
“การสับเปลี่ยนกระบี่ใช้เพียงสามก้อนนั้นถูกของเจ้า… ทว่ากระบี่ที่จะนำมาเปลี่ยนของเจ้าอยู่ที่ใดกันเล่า?” เมิ่งฝานย้อนถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เจ้าย่อมรู้อยู่แก่ใจว่ามันอยู่ที่เจ้า!”
เมิ่งฝานมองดูหยางสือด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก
“นั่นหมายความว่ายามนี้เจ้า ‘ไม่มี’ กระบี่อยู่ในมือ… เมื่อไม่มีกระบี่มายื่นหมูยื่นแมว ย่อมมิอาจเรียกว่าการสับเปลี่ยน แต่มันคือการ ‘ขอรับ’ กระบี่เล่มใหม่ ซึ่งต้องใช้หินปราณสิบก้อนขาดตัว”
หยางสือถลึงตาจ้องมองเมิ่งฝาน ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุดก่อนจะคำรามออกมา “เจ้ากล้าเล่นตลกกับข้าอย่างนั้นรึ?”
เมิ่งฝานเอ่ยเสียงเรียบ “ข้าเพียงแต่ชี้แจงกฎเกณฑ์ของหอศาสตราให้เจ้าได้รับทราบเท่านั้น”
หยางสือตวาดลั่น “เจ้าเป็นเพียงศิษย์รับใช้ปลายแถว บังอาจเสียมารยาทต่อข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ? รนหาที่ตายนักใช่ไหม!”
เมิ่งฝานเพียงแต่ส่ายหน้าช้า ๆ เขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหยางสือด้วยแววตาที่เยือกเย็นประดุจน้ำแข็ง