เมิ่งฝานรีบเอ่ยวิงวอนด้วยความร้อนรน “หวางจื๋อซื่อ… ท่านพอจะผ่อนหนักเป็นเบาให้ข้าสักครั้งได้หรือไม่? แม้หยางเฉียนจะละเมิดกฎสำนัก แต่ความจริงที่ว่าเขาครองอันดับสุดท้ายในการทดสอบย่อมมิอาจเปลี่ยนแปร เช่นนั้นโควตาการคัดออกก็ควรจะสิ้นสุดที่เขาคนเดียวมิใช่หรือ?”
เมื่อสิ้นประโยค เขาจึงอาศัยจังหวะล้วงหินปราณระดับต่ำออกมาจากอกเสื้อ แล้วลอบส่งให้หวางจื๋อซื่ออย่างมีนัยสำคัญ
หินปราณก้อนนี้ถูกสูบใช้พลังไปแล้วกว่าสามส่วน สภาพของมันจึงดูหมองหม่นมิใช่ของล้ำค่าอันใด
ทว่านี่คือ ‘ทรัพย์สินทั้งหมด’ ที่เมิ่งฝานมีในยามนี้ ในฐานะศิษย์รับใช้ปลายแถวที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายตลอดเวลา การจะเสาะหาหินปราณมาครอบครองได้แต่ละก้อนนั้น ช่างยากเย็นแสนเข็ญราวกับเข็นครกขึ้นภูเขา!
“เมิ่งฝาน... มิใช่ว่าข้าจงใจบีบคั้นเจ้า แต่ตัวเจ้าเองย่อมรู้ดีว่าพรสวรรค์ของเจ้าอยู่ในระดับใด ต่อให้ครั้งนี้ข้าละเว้นเจ้าไป การประเมินครั้งหน้าเจ้าก็ย่อมหนีไม่พ้นเงื้อมมือมัจจุราชอยู่ดี แล้วเจ้าจะดิ้นรนให้ลำบากเปล่าประโยชน์ไปไย?”
หวางจื๋อซื่อรับหินปราณไปซุกซ่อนไว้ในแขนเสื้ออย่างแนบเนียน ใบหน้ายังคงเรียบเฉยไร้ความรู้สึก