รตหนุ่มถือผ้าเช็ดหน้าเดินเข้ามาหา
แมวสามสีชะงักไปอีกครา คราวนี้ระวังตัวยิ่งกว่าเดิม “แม่นางสามสีล้างหน้าเองเรียบร้อยแล้ว!”
ทว่านักพรตมิได้หยุดฝีเท้า
มือขวาถือผ้ากางออก มือซ้ายกางนิ้วทั้งห้า สีหน้าเรียบเฉยประหนึ่งไม่มีสิ่งใดขวางกั้นเขาได้
และก็เป็นไปตามคาด
นิ้วทั้งห้าที่กางออกของมือซ้ายกดลงบนหลังหัวของแมวสามสี ผ้าในมือขวาก็โปะลงบนหน้าแมวทันที ตามมาด้วยการขยี้ถูไปมาอย่างไม่เป็นระเบียบ เจ้าแมวมิอาจถอยหนีไปไหนได้เลย ทำได้เพียงหรี่ตาและกลั้นหายใจ ยอมจำนนต่อสภาวะอึดอัดที่เกิดขึ้นเพียงชั่วครู่นี้
“อือ…”
แมวสามสีกลับมาหายใจได้อีกครั้ง นางลืมตาขึ้นมองนักพรต ประโยคแรกที่เอ่ยออกมาคือ “คนอื่นเขาก็ขยี้กันแบบนี้ ท่านทำไมไม่…”
“ยังไม่สะอาด ล้างอีกรอบ”
“เหมียววว…”
การถูขยี้อันวุ่นวายและชวนอึดอัดเกิดขึ้นอีกรอบ
ในที่สุดนักพรตก็ถือผ้าเดินจากไป ทิ้งให้แมวสามสีนั่งตัวตรงอยู่ริมหน้าต่าง หางม้วนรอบเท้าปุยๆ จ้องมองนักพรตหนุ่มตาค้าง
นางรู้สึกว่าเขาแกล้งชัดๆ แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจนัก
ส่วนนักพรตยังคงมีสีหน้าสงบเยือกเย็น เขาหยิบไม้ขัดฟันออกมาแปรงฟันอย่างไม่รีบร้อน จากนั้นจึงดับเทียนบนโต๊ะ ค่อยๆ คลำทางขึ้นเตียงเตรียมตัวเข้านอน
ด้านนอกมีดวงจันทร์นวลผ่อง แสงจันทร์สาดส่องลอดหน้าต่างเข้ามา
เพิ่งล้มตัวลงนอนได้ไม่นาน พลันได้ยินเสียงคนพูดคุยกัน
“…”
เสียงนั้นแผ่วเบายิ่งนัก ราวกับเสียงหนูร้อง
หากไม่ตั้งใจฟังย่อมไม่ได้ยินถนั