ี่เคยอาเจียนเป็นน้ำดำคล้ายจะอาเจียนจนหมดสิ้น หรือไม่ก็เป็นเพราะสิ่งอัปมงคลนั่นหมดฤทธิ์อาละวาดแล้ว พวกเขาเลิกอาเจียนและเริ่มตั้งสติได้ ต่างพากันหันไปมองจอมยุทธ์และกะละมังใบนั้น
กะละมังสีทองเหลืองถูกเหยียบไว้ใต้ฝ่าเท้าเขาอย่างมั่นคง
ภายในนั้นยังมีเสียงกุกกักแว่วออกมาแผ่วเบา
ตระกูลเลี่ยวเป็นเจ้าของร้านตำรา เมื่อหลายคนเห็นภาพเหตุการณ์นี้ ความคิดที่ผุดขึ้นในใจย่อมคล้ายคลึงกัน หากบันทึกเรื่องนี้ไว้ด้วยปลายพู่กัน บางทีมันอาจกลายเป็นนิทานพิสดารแสนยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่งก็ได้
“จับได้แล้ว!”
“ท่านจอมยุทธ์! ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
“ช่างกล้าหาญเหลือเกิน!”
“ในที่สุดก็จับมันได้เสียที!”
ทุกคนต่างตื่นเต้นยินดีและพากันเอ่ยชมไม่ขาดปาก
มิใช่เพียงพวกเขา แม้แต่แม่นางสามสีเองก็ยังรู้สึกตกใจ
ตอนแรกที่นางเห็นควันดำพุ่งออกมาจากตัวคางคก ซึ่งถือเป็นวิชาที่พอจะทำร้ายคนได้จริงๆ นางยังนึกว่าคนพวกนี้จะรับมือไม่ไหวและเตรียมจะลงไปช่วย ทว่านึกไม่ถึงว่าคนกลุ่มนี้จะใช้เพียงกะละมังใบเดียวครอบมันไว้ได้อยู่หมัด แม้ตอนนี้ควันดำจะยังคงซึมออกมาจากใต้กะละมังรางๆ แต่ก็แทบจะทำอันตรายใครไม่ได้อีกแล้ว
“ตอนนี้จะทำอย่างไรต่อดี”
ทุกคนต่างหันไปมองชายชราที่อยู่ตรงกลาง จากนั้นก็มองตามสายตาของชายชราไปหยุดอยู่ที่เด็กหญิงบนกำแพง
แม่นางสามสีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระโดดลงมา
………………..