บทที่ 466 วอนขอประลองอีกครา
………………..
“นับว่าโชคดียิ่งที่พวกเราออกมาเที่ยวชมวสันตฤดูในยามนี้ หากช้ากว่านี้ไปอีกไม่กี่วัน ก็คงเข้าสู่คิมหันตฤดูแล้ว”
ทุ่งหญ้าริมฝั่งน้ำเขียวขจีขจีราวกับปูด้วยพรมขนสัตว์ มีมวลบุปผาป่านานาพรรณเบ่งบานแทรกสลับ ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับทุ่งหญ้ากว้างที่เหยียนโจว ทว่ายอดหญ้ากลับไม่สูงชันเท่า บนพื้นด้านหลังมีผืนผ้าที่ตัดเย็บอย่างไม่เป็นระเบียบวางแผ่ไว้ บนนั้นมีจานกระเบื้องหยาบวางเรียงราย บรรจุทั้งเนื้อต้ม หมั่นโถว ขนมกินเล่นและผลไม้ป่าที่เก็บได้ตามทาง
นักพรตหนุ่มยืนอยู่ด้านข้าง พลางเอ่ยสมทบกับเจ้าแมว
“อื้อ”
เด็กหญิงตัวน้อยนั่งอยู่บนโขดหินริมน้ำ สวมงอบสานในมือถือคันเบ็ด นิ่งสงบราวกับพระชราเข้าฌาน สายตาจดจ้องไปยังผิวน้ำ ตอบกลับโดยไม่แม้แต่จะหันหน้ามามอง
“…”
ซ่งโหยวส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับไป
เขาก้าวเดินพลางสูดลมหายใจลึก สัมผัสถึงไอขนานระหว่างฟ้าดิน
ในใจพลันบังเกิดความรู้สึกประหลาดอย่างเลือนราง
ทว่าเมื่อตั้งจิตสัมผัสอย่างละเอียด กลับไม่พบสิ่งใด
ความรู้สึกนี้ช่างลึกลับอัศจรรย์และยากจะหยั่งถึงยิ่งนัก
นับแต่ช่วงปลายปีที่แล้วที่เขาเดินทางมาถึงหยางตู ช่วงครึ่งแรกนั้นอากาศหนาวเหน็บจนผืนดินกลายเป็นน้ำแข็ง อีกทั้งยังมีเรื่องราวของเทพจี๋เล่อ เขาจึงไม่ไปจากหยางตู ต่อมาแม้ความสดใสของวสันตฤดูจะเริ่มเข้มข้นขึ้น ทว่าความรุ่งเรืองของหยางตูก็แผ่ขยายขจรไปไกลนัก เพียงแค่ใ