นตัวเมืองแห่งเดียวก็เพียงพอให้ซ่งโหยวเดินเที่ยวชมอย่างเอื่อยเฉื่อยได้เป็นเวลานาน ซ้ำแล้วเขายังต้องนอนหลับพักผ่อนบำเพ็ญตนอยู่ในบ้าน ทำอาหาร อ่านตำราและคอยหยอกล้อแม่นางสามสีไปวันๆ จึงยิ่งไม่ได้ไปจากเมืองนี้เสียที
หยางตูนั้นรุ่งโรจน์ สงบสุข และมีไอแห่งชีวิตของผู้คนพลุกพล่าน ยามที่อาศัยอยู่ภายในจึงมิอาจสัมผัสถึงสิ่งผิดปกติใดๆ ได้เลย
ทว่ายามนี้เมื่อก้าวออกมาด้านนอก กลับรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่เข้าที่เข้าทางเสียแล้ว
“…”
ด้านหลังเขามีพงหญ้าคาและต้นอ้อที่เพิ่งผลิใบใหม่ มีเส้นทางเล็กๆ สายหนึ่งทอดขนานไปกับลำน้ำ ข้างทางมีต้นไทรใหญ่ตั้งตระหง่าน ใต้ต้นไม่ไกลนักมีหลุมดินหลุมหนึ่ง
ซ่งโหยวเดินไปที่ริมหลุมดิน ก้มหน้าลงมอง
มันเป็นเพียงหลุมดินธรรมดา ไม่มีแผ่นหินสลักอักขระอาคม ไม่มีเศษไม้ผุพัง หรือร่องรอยของการทำลายผนึกอย่างที่จินตนาการไว้ มีเพียงปราณหยินและปราณปีศาจอันเข้มข้นเท่านั้น
ที่นี่คือจุดที่ปีศาจร้ายตนนั้นมุดออกมาจากดิน
และเป็นจุดที่ท่านอาและบิดาของชายแซ่หลี่เดินสัญจรในยามค่ำคืน แล้วบังเอิญไปเตะมันให้ตื่นจากห้วงนิทรา
หากพิจารณาจากสภาพนี้ ดูเหมือนปีศาจตนนั้นจะไม่ได้ถูกผู้ใดผนึกไว้ที่นี่ แล้วผนึกเสื่อมคลายลงตามกาลเวลาจนถูกปลุกขึ้นมา หากแต่มันจงใจหลับเองแต่แรก ไม่ว่าจะตั้งใจหลับใหล หลบซ่อนจากบางสิ่ง หรือหลบเลี่ยงจากความรุ่งเรืองของบ้านเมืองในอดีตก็ตามที ทว่ายามนี้เมื่อฟ้าดินเปลี่ยนแปลงไป มันย่อมต