ื่นขึ้นมาเองตามธรรมชาติ
สิ่งไร้ชีวิตกลายเป็นพราย อสุรกายปรากฏกายให้เห็น
นี่ไม่ใช่ลางนิมิตที่ดีเลย
ในภายภาคหน้า เรื่องราวเช่นนี้อาจจะทวีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ
“ยุครุ่งเรือง…”
ซ่งโหยวส่ายหน้าพลางละสายตากลับมา เขามองไปยังริมฝั่งน้ำ เห็นเด็กหญิงตัวน้อยเอี้ยวตัวหันกลับมามองเขาอยู่พอดี เมื่อนางเห็นว่าเขาไม่ได้เดินไปไกลจึงวางใจ แล้วหันกลับไปตั้งใจตกปลาต่อ
ส่วนซ่งโหยวก็เดินกลับไปนั่งลงบนผืนผ้า หยิบเนื้อต้มเข้าปาก แล้วกินหมั่นโถวตามไป
“แม่นางสามสีจะกินสักหน่อยไหม”
“แม่นางสามสีค่อยกินทีหลัง”
“ให้ข้าเอาไปวางให้ถึงที่ไหม”
“แม่นางสามสีกินแน่นอน!”
“…”
ซ่งโหยวจึงยกจานเนื้อต้มไปวางให้นางถึงที่ ก่อนจะกลับมานั่งลงที่เดิม ครุ่นคิดไปพลางกินหมั่นโถวและขนมไปพลาง บางครั้งก็คว้าผลไม้ป่าขึ้นมากิน
เจ้าม้าก็เล็มหญ้าอยู่ข้างกาย โดยเลือกกินแต่ดอกไม้ป่า
ซ่งโหยวคิดไปคิดมาจนเริ่มคร้านจะคิดต่อ จึงทิ้งตัวลงนอนหงายไปบนผืนผ้า
เบื้องหน้าเต็มไปด้วยผืนฟ้าครามและมวลเมฆขาว จมูกอวลด้วยกลิ่นหอมสะอาดของยอดหญ้า
มีเสียงน้ำกระเซ็นดังขึ้นเป็นระยะ ตามด้วยเสียงปลาร่วงลงในถังไม้ เสียงดิ้นรนปะทะกับขอบถังไม้ดังถี่รัว
สถานที่แห่งนี้ช่างเหมาะแก่การตกปลายิ่งนัก
เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แม่นางสามสีก็วางคันเบ็ดลงแล้ว นางนั่งกอดเข่าอยู่นิ่งๆ ริมแม่น้ำ ดูราวกับกำลังครุ่นคิดถึงวิถีชีวิตของแมว
เขาเดินเข้าไปดูจึงได้รู้ว่า ปลาในถังไม้นั้นล้นปรี่เสี