ยแล้ว
“กลับกันเถิด”
ซ่งโหยวเอ่ยขึ้นพลางเริ่มเก็บข้าวของ
เด็กหญิงตัวน้อยรีบหิ้วถังน้ำลุกขึ้นยืนตามทันที
ร่างสองร่าง หนึ่งใหญ่หนึ่งเล็ก พร้อมกับม้าสีแดงหนึ่งตัว พากันมุ่งหน้ากลับเข้าเมืองไปอย่างเชื่องช้า
ระหว่างทางได้พบกลุ่มชาวยุทธ์รวมตัวกันอยู่ มีสองคนในนั้นที่แลดูคุ้นตา คล้ายกับเคยพบกันเมื่อคืนก่อน ซ่งโหยวตั้งใจจะเข้าไปสอบถาม ทว่ายังไม่ทันเดินเข้าไปใกล้ ทั้งสองเมื่อเห็นซ่งโหยวก็รีบกุลีกุจอเข้ามาต้อนรับด้วยความเคารพนบนอบเพื่อทำความเคารพและถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ ซ่งโหยวจึงได้โอกาสถามถึงเรื่องของฮั่วเอ้อร์หนิว
ทั้งสองคนนับว่าคุ้นเคยกับฮั่วเอ้อร์หนิวไม่น้อย เมื่อพูดถึงประวัติความเป็นมา ต่างก็พากันบอกว่าเขาเป็นพวกหัวแข็ง ดุด่าว่าเขาโง่เขลาเป็นพักๆ ที่บังอาจขโมยของวิเศษของท่านเซียน
ซ่งโหยวทำเพียงยิ้มตอบและร่ำลาพวกเขาไป
ทว่าเขายังไม่ได้กลับบ้านในทันที แต่กลับพาแม่นางสามสีตระเวนไปยังเหลาอาหารและร้านค้าหลายแห่งเพื่อขายปลา บางร้านก็รับซื้อ บางร้านก็ไม่ บางร้านรับมาก บางร้านรับน้อย แต่เขายังคงเหลือปลาไว้สองตัวเช่นเคยเพื่อนำกลับไปปรุงอาหารเอง
ครั้นเมื่อเดินมาถึงหน้าประตูบ้าน กลับพบว่ามีคนกลุ่มหนึ่งยืนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่
พวกเขามีท่าทางเหมือนกลุ่มคนเมื่อวานไม่มีผิดเพี้ยน คอยชะเง้อมองซ้ายแลขวา เดินวนไปมาด้วยความร้อนใจ ทว่าก็ยังไม่กล้าเคาะประตูโดยพลการ
ในจังหวะที่ซ่งโหยวเห็นพวกเขา พวกเขาก็สังเกตเห็