นซ่งโหยวเช่นกัน และแสดงอาการดีใจออกมาทันที
“กลับมาแล้ว! กลับมาแล้ว!”
แต่ละคนก้าวเดินตรงมาหาซ่งโหยวด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“…”
ซ่งโหยวหันไปสบตากับแม่นางสามสีแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวไปข้างหน้าแล้วเอ่ยถาม “พวกท่านมีเรื่องอันใดหรือ”
“ได้ยินมาว่าท่านเซียนมีอาคมแกร่งกล้า มีอิทธิฤทธิ์กว้างขวาง ขอท่านเซียนได้โปรดช่วยปราบปีศาจด้วยเถิด!”
คนกลุ่มนั้นต่างประสานมือโน้มตัวลงคำนับ พลางร้องตะโกนออกมา น้ำเสียงนั้นเปี่ยมไปด้วยความกระวนกระวายใจอย่างปิดไม่มิด
เด็กหญิงตัวน้อยได้ยินดังนั้น สีหน้าก็พลันเคร่งขรึมลง มือที่หิ้วถังน้ำและถือคันเบ็ดเผลอกำแน่นขึ้นจนข้อนิ้วขาวซีด
“ไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆ เล่ามา”
“เรื่องมันเป็นเช่นนี้ขอรับ”
บุรุษวัยกลางคนคนหนึ่งก้าวออกมาประสานมือ “ผู้น้อยแซ่เลี่ยว ที่บ้านเปิดร้านขายตำราอยู่ทางเมืองฝั่งตะวันออก ก่อนหน้านี้กิจการค้าขายไม่สู้ดีนัก ทั้งยังมักมีอุปสรรคถาโถม หลังจากผ่านพ้นปีใหม่มา ไม่รู้ด้วยเหตุใด ท่านพ่อได้ฝันเห็นต้นไม้เก่าแก่กิ่งคดเคี้ยวในสวนหลังบ้านมาพูดคุยด้วยในยามค่ำคืน บอกว่าจะนำพาโชคลาภมาให้พวกเรา ไม่คาดคิดเลยว่า…แท้จริงแล้วจะเป็นปีศาจร้าย”
“เรื่องราวเป็นมาอย่างไรหรือ” ซ่งโหยวเอ่ยถาม
“เรื่องราวเป็นมาอย่างไรหรือ” เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถามตาม
“…” ชายแซ่เลี่ยวมองดูเด็กหญิงทีหนึ่ง มองซ่งโหยวอีกทีหนึ่ง ก่อนจะประสานมือเล่าต่อ “คราแรกท่านก็ไม่เชื่อหรอก ทว่ากลับฝันเช่นเดิมติดต่อกันหลาย