ือนกัน!”
“ดับไฟเถิด…”
ฟู่!
เด็กหญิงเป่าลมใส่เตาเพียงครั้งเดียว ไม่ว่าเปลวไฟจะลุกโชนเพียงใด ก็พลันมอดดับลงทันที กระทั่งประกายไฟแม้เพียงนิดก็ไม่หลงเหลือ
เงาร่างเล็กใหญ่ประคองจานกับข้าวคนละจาน เดินออกไปยังลานกว้าง ท้องฟ้ามืดลงนานแล้ว นักพรตไปตักข้าวเย็นที่เหลือจากมื้อเที่ยง ส่วนเด็กน้อยนักบำเพ็ญก็ไปหยิบตะเกียงมาจุดให้แสงสว่าง
ความมืดมิดรอบกายทำให้แม่นางสามสีนึกเป็นห่วงว่านักพรตจะมองไม่เห็นกับข้าว แม้จะมีตะเกียงคอยให้แสงสว่าง แต่ก็ไม่อาจเทียบได้กับยามกลางวัน ในใจนางอดพึมพำไม่ได้ว่า นักพรตผู้นี้ขี้เกียจทำกับข้าวขึ้นทุกที ไม่รู้ว่าวันนี้มีเรื่องอันใดถึงต้องเสียเวลาไป คงเอาแต่นั่งเหม่อลอย ไม่ก็นอนหลับ หรือไม่ก็ต้องเสียเงินเสียทองเป็นแน่
………………..