ีวิต ถึงเวลาที่ควรจะลงหลักปักฐานเสียที หยางตูรุ่งเรือง ชีวิตความเป็นอยู่เรียบง่ายผ่อนคลาย นับเป็นสถานที่ดีสำหรับการใช้ชีวิตบั้นปลาย บรรดาสหายบำเพ็ญในอารามเทียนซิงนอกเมืองต่างก็มีน้ำใจไมตรี เพียรพยายามชวนให้ข้าอยู่ต่อ ข้าเองก็คัดเลือกศิษย์ที่มีพรสวรรค์และเฉลียวฉลาดจากอารามเทียนซิงไว้สองคนเพื่อสืบทอดวิชา” เหวินผิงจื่อกล่าว “จากนี้ไปคงจะพำนักอยู่ในหยางตูแห่งนี้เป็นหลักแล้ว”
“นับเป็นวาสนาของชาวเมืองหยางตูโดยแท้”
ซ่งโหยวยิ้มพลางกล่าวตอบด้วยใจจริง
ทั้งสองสนทนากันอยู่นาน ซ่งโหยวจึงรั้งเขาไว้กินมื้อค่ำและค้างคืนที่นี่หนึ่งคืน จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นจึงเดินไปส่งเขาที่หน้าประตู
เหวินผิงจื่อกล่าวขอบคุณมิขาดปาก ทว่าท่าทางดูลังเลใจเล็กน้อย
เมื่อเดินถึงประตู เขาเหลียวกลับมามองครั้งแล้วครั้งเล่า ลังเลอยู่นานจึงตัดสินใจเอ่ยปากว่า “ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอถามท่าน…”
“กล่าวมาได้เลยมิต้องเกรงใจ”
“ไม่ทราบว่ายามนี้ท่านราชครู…”
“เขาตายแล้ว”
คำตอบของนักพรตหนุ่มนั้นสั้นกระชับและราบเรียบยิ่งนัก
ทว่าดวงตาของเหวินผิงจื่อกลับหดวูบลง แม้ในใจจะเคยคาดการณ์ไว้บ้างแล้ว ทว่าเมื่อได้ยินความจริงก็ยังคงบังเกิดคลื่นลมโหมกระหน่ำอยู่ในอก ถึงกระนั้นเขาก็รีบประสานมืออำลาและจากไปทันที