ทันทีว่าท่านเซียนตื่นจากการบำเพ็ญแล้ว
รออีกครู่หนึ่ง ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากนอกห้อง เขาจึงรีบลุกขึ้นยืน ครั้นซ่งโหยวเดินมาถึงเบื้องหน้า เขาก็รีบประสานมือคารวะทันที
“สหายบำเพ็ญซ่ง คราวนี้ข้ามาเพื่ออวยพรปีใหม่แลพขอบคุณท่าน” เหวินผิงจื่อมีท่าททีนอบน้อมต่อซ่งโหยวมากขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายเท่าตัวนัก “ต้องขอบคุณท่านจริงๆ ข้าถึงกำจัดเทพจี๋เล่อได้ นับว่าไม่เสียแรงที่รับปากชาวหยางโจวและคำสั่งของราชครูไว้”
“สหายบำเพ็ญยังมีอาการบาดเจ็บอยู่ ไฉนจึงเดินทางมาด้วยตนเองเล่า”
“อาการบาดเจ็บมิได้หนักหนา บัดนี้หายดีแล้ว”
“ถึงอย่างไรก็ควรพักผ่อนให้มากเสียหน่อย”
“ข้าเพียงหวังว่าคงมิได้รบกวนการบำเพ็ญของท่าน”
“สหายบำเพ็ญกล่าวเกินไปแล้ว…”
ซ่งโหยวเชิญเขาให้นั่งลง แล้วร่วมสนทนากันอย่างอบอุ่น
มีทั้งการพูดถึงเรื่องเทพจี๋เล่อ และสถานการณ์ในราชสำนัก
ทั้งชื่นชมทัศนียภาพของหยางโจว และปรึกษาเรื่องช่องทางการตีพิมพ์ตำรา
ได้ยินว่าขุนนางในเมืองหยางตูจำนวนมากต่างก็สงสัยในตัวซ่งโหยว และคอยมาสอบถามจากเหวินผิงจื่อ เหวินผิงจื่อมิกล้าวิจารณ์ส่งเดช จึงต้องมาถามไถ่ความสมัครใจจากซ่งโหยวโดยตรง
“ข้าเป็นเพียงนักพรตพเนจรคนหนึ่ง รอให้ฤดูใบไม้ผลิมาเยือน อากาศอบอุ่นขึ้นอีกนิด นกคืนรังบุปผาเริ่มเบ่งบาน ข้าก็ต้องจากไปแล้ว ไฉนเลยจะต้องวุ่นวายอยู่ที่นี่ต่อ”
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
“แล้วสหายบำเพ็ญเล่า มีแผนการอย่างไรต่อ”
“ข้าร่อนเร่มาครึ่งค่อนช