นแผ่นหินที่แม่นางสามสีทิ้งไว้จากการล้างตัวเจ้าม้ายังไม่ทันแห้งสนิท ยามเดินผ่านและเผลอชายตาไปมองแวบหนึ่ง กลับเห็นแอ่งน้ำเล็กๆ นั้นกลายเป็นสีน้ำเงินเข้มลึกล้ำราวกับไร้ก้นบึ้ง เมื่อก้มลงมองก็เห็นฝูงปลานับไม่ถ้วนแหวกว่าย มีกอประการังเรียงราย และฉลามยักษ์กำลังล่าเหยื่อ เป็นทัศนียภาพแห่งท้องทะเลลึกที่เขาไม่เคยพบเห็นมาตลอดทั้งชีวิต
เหวินผิงจื่อเกือบจะพลัดตกลงไปในแอ่งน้ำนั้นเสียแล้ว
เมื่อทรงตัวได้และแหงนหน้าขึ้นมอง เห็นห้องพักห้องหนึ่งเบื้องหน้ามีพลังวิญญาณพุ่งทะยานสู่ฟ้า ความลี้ลับอัศจรรย์นั้นหาที่สิ้นสุดมิได้ เหวินผิงจื่อเบิกตากว้างอึ้งงันไปชั่วครู่ มีหรือที่เขาจะคิดไม่ออก
ไฉนเลยจะเป็นการนอนงีบยามบ่าย แท้จริงแล้วเป็นการบำเพ็ญพรตเข้าถึงสัจธรรมโดยแท้ กลิ่นอายแห่งมรรคาแผ่ซ่านออกมาจากกาย ส่งอิทธิพลต่อฟ้าดินโดยธรรมชาติ จนก่อเกิดเป็นความเปลี่ยนแปลงอันลึกล้ำพิสดารถึงเพียงนี้
เหวินผิงจื่อไม่กล้ารบกวน ทว่าก็ไม่อยากจากไป จึงรีบกลับไปยังห้องโถง นั่งรอสงบจิตใจต่อไป
หากจะกล่าวว่าให้เขาทำความเข้าใจสัจธรรมจากสิ่งนี้โดยไร้ผู้ชี้แนะ เขาย่อมไร้หนทางมืดแปดด้าน ทว่าในฐานะผู้บำเพ็ญเพียรที่มุ่งเน้นการบรรลุในสิ่งเร้นลับผ่านความกลมกลืนกับฟ้าดิน เพียงแค่ได้นั่งอยู่ที่นี่ เขาก็รู้สึกว่าตนเองได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลแล้ว
เขาจึงนั่งดื่มน้ำต่อไป ไม่กล้าขยับเขยื้อนซี้ซั้ว
จนกระทั่งน้ำผึ้งในถ้วยเหือดแห้งลง เขาก็รู้ได้