ไปคาดคิด ว่าช่วงเวลาบ่ายวันนี้…จะมหัศจรรย์ถึงเพียงนี้
ประการแรกคือ น้ำผึ้งในถ้วยนั้นไฉนจึงดื่มเท่าใดก็ไม่หมด มิใช่ว่าดื่มหมดแล้วรินเติมเองใหม่ ทว่าหยาดน้ำในถ้วยกลับมิได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว
เหวินผิงจื่อย่อมรู้ดีว่ามีวิชาอาคมที่คล้ายคลึงกันนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเสกเหล้าใส่จอกเปล่า ดื่มเท่าใดเหล้าก็ยังเต็มปรี่ ล้วนแต่เป็นวิชาเคลื่อนย้ายสิ่งของ เขาเคยเห็นนักพรตในเมืองฉางจิงแสดงอาคมพวกนี้มาก่อน อาศัยชั้นเชิงการสบตาและวาทศิลป์หลอกล่อ จนขุนนางผู้สูงศักดิ์ที่ว่าหูไวตาไวก็ยังต้องเสียรู้ ทว่าในสายตาของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้กลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
เมื่อดื่มน้ำเข้าไปมากเข้า ย่อมหนีไม่พ้นที่จะอยากเข้าห้องสุขา
เหวินผิงจื่อเคยมากินมื้อเที่ยงที่นี่ครั้งหนึ่ง จึงยังพอจำทางไปห้องสุขาได้
ทว่าห้องสุขาที่มองเห็นอยู่ตรงหน้านั้นเอง เส้นทางสายสั้นๆ กลับคล้ายยืดยาวออกไปนับพันเท่า ทัศนียภาพของเรือนพักทั้งสองฝั่งบ้างก็ยังเหมือนเดิม บ้างก็ดูบิดเบี้ยวสมมาตรผิดเพี้ยน เขาเดินอยู่อย่างน้อยหนึ่งชั่วยาม กลับก้าวไปได้เพียงครึ่งทางจากห้องโถงถึงห้องสุขาเท่านั้น ทว่าอีกครึ่งทางที่เหลือจู่ๆ ทุกอย่างก็กลับคืนสู่สภาวะปกติ เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงจุดหมาย
หากไม่ใช่เพราะรู้ซึ้งถึงตัวตนของท่านเซียนผู้นี้ และรู้ถึงความสามารถของแม่นางสามสี เขาคงนึกว่าตนเองถูกกลั่นแกล้งเข้าเสียแล้ว
ยามเดินกลับมาถึงกลางลานบ้าน รอยน้ำบ