กับเพิ่งนึกเรื่องสำคัญออกจึงรีบตื่นเต็มตาแล้วบอกเขาว่า “จริงด้วย นักพรตชราจากนอกเมืองคนนั้นมาหาเจ้าน่ะ”
“เช่นนั้นหรือ”
“มาตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว! ข้าบอกว่าเจ้ากำลังหลับนอนอยู่ เลยพาเขาไปรอที่ห้องโถงกลางบ้าน ชงน้ำผึ้งร้อนๆ ให้เขาด้วย ป่านนี้ไม่รู้หนีกลับไปหรือยัง!”
“เช่นนั้นก็เสียมารยาทต่อแขกแย่เลย”
ซ่งโหยวรีบสวมเสื้อผ้าและรองเท้า แล้วเดินออกไปทันที
ภายในห้องโถงกลางมีเครื่องเรือนสภาพดีอยู่หลายชิ้น ล้วนเป็นมรดกตกทอดมาจากบรรพบุรุษของเยี่ยซินหรง เนื้อไม้ดี ฝีมือประณีต จนถึงบัดนี้ก็ยังคงแข็งแรงมั่นคง
เหวินผิงจื่อนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ เอาแต่ก้มหน้าจ้องเขม็งไปยังถ้วยน้ำผึ้งบนโต๊ะน้ำชาอย่างไม่วางตา
แม้เหวินผิงจื่อจะมีอาคม มีตบะไม่ต่ำต้อย และเชี่ยวชาญการปราบมารกำราบปีศาจ ทว่าแท้จริงแล้วตัวเขาเองหาได้เก่งกาจด้านการประลองอาคมตรงๆ ส่วนใหญ่ล้วนอาศัยการสักการะเทพดาราและอัญเชิญเทพลงมาช่วยเหลือ ก่อนหน้านี้เขาบาดเจ็บเพราะเข้าต่อกรกับเทพจี๋เล่อ ประกอบกับช่วงปีใหม่มีภารกิจอื่นต้องจัดการ จึงไม่ได้มาขอบคุณซ่งโหยวในทันที บัดนี้เมื่อพ้นช่วงปีใหม่ไปและร่างกายเริ่มฟื้นตัวแล้ว จึงรีบเดินทางมาหา
เมื่อมาถึงบ้าน ได้ยินว่าซ่งโหยวกำลังนอนพักผ่อน ย่อมมิกล้ารบกวน เดิมทีควรจะรออยู่หน้าเรือน โชคดีที่แม่นางสามสีมีน้ำใจเอ่ยชวนให้เข้ามาข้างใน ทั้งยังชงเครื่องดื่มและจุดเตาผิงให้ด้วย
เขารออยู่อย่างนั้นตลอดทั้งบ่าย
ทว่าใครจะ