ต่เมื่อเหล่าปัญญาชนได้ยินเช่นนี้ ต่างก็พากันส่ายหน้าและทอดถอนใจไม่หยุดหย่อน
นักพรตหนุ่มนั่งจิบชาอยู่ข้างๆ พลางคิดพินิจอยู่ในใจอย่างเงียบเชียบ
กลางปีก่อนหน้า ก็คือกลางรัชศกหมิงเต๋อปีที่แปด ซึ่งเป็นช่วงที่ซ่งโหยวเพิ่งทำลายแผนการของราชครูที่มณฑลเฟิงโจวลงได้ แผนการใหญ่ของฮ่องเต้ย่อมพังทลายกลายเป็นเถ้าธุลีตามไปด้วย เมื่อพิจารณาว่าการส่งข่าวกลับไปยังฉางจิงต้องใช้เวลา ฮ่องเต้ชราต้องใช้เวลาทำใจยอมรับข้อมูลเหล่านั้น และกว่าข่าวจะแว่วมาถึงหูเหล่าปัญญาชนในหยางตู หากยามนั้นฮ่องเต้เริ่มไม่เสด็จออกว่าราชการ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าเหตุการณ์ที่เขาเยี่ยซานจะกระทบกระเทือนพระทัยอย่างหนัก
ทว่าฮ่องเต้กลับยังคงไม่ยอมสถาปนารัชทายาท…
ซ่งโหยวอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าและหยีตาลง
ครานั้นเขาเคยเตือนให้รีบสถาปนารัชทายาทโดยเร็ว จะเป็นใครก็ได้ ทว่าฮ่องเต้ชราผู้นั้นกลับทรงสดับฟังไม่เข้าพระทัยจริงๆ
แต่หากคิดดูอีกที ก็นับว่าสมเหตุสมผล
จักรพรรดิเช่นนี้ ต่อให้เทพบนสวรรค์มาเข้าฝันชี้แนะ เกรงว่าเขาก็คงไม่เห็นเป็นเรื่องสำคัญ หากในยามชรายิ่งมีอารมณ์ฉุนเฉียวและมืดบอดขึ้นมา เขาคงกล้าสั่งปลดเทพบนสวรรค์ด้วยเช่นกัน
ในใจพลันเกิดลางสังหรณ์ที่ไม่สู้ดีนัก
เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว ฮ่องเต้คงเหลือเวลาอีกไม่มากนัก
“เถ้าแก่ เก็บเงินด้วย”
ซ่งโหยวเดินเม้มปากออกจากโรงน้ำชาไป