เผยรอยยิ้มออกมา จากนั้นจึงป้าปากหาววอดหนึ่ง ความง่วงเข้ารุมเร้าจนรู้สึกว่าสมควรกลับไปนอนเป็นเซียนบนเตียง เขาจึงนับเงินและลุกขึ้นเตรียมจะชำระค่าชา
ทว่าในตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินคนโต๊ะข้างๆ เอ่ยขึ้นอีกว่า
“พี่ถังเพิ่งกลับมาจากฉางจิง พอจะได้ยินข่าวคราวจากทางนั้นบ้างหรือไม่ ฝ่าบาททรงมีพระพลานามัยเป็นอย่างไรบ้าง ยังไม่ได้สถาปนารัชทายาทอีกหรือ”
นักพรตหนุ่มเม้มปากลงเบาๆ แล้วก็นั่งลงที่เดิม
“ย่อมได้ยินมาบ้าง เรื่องนี้มิใช่ความลับอันใด บนถนนหนทางในฉางจิง ตั้งแต่เชื้อพระวงศ์ขุนนางชั้นสูงไปจนถึงพ่อค้าหาบเร่ ต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่” ชายผู้นั้นส่ายหน้าทอดถอนใจ “ได้ยินว่าในช่วงหนึ่งปีมานี้ ฝ่าบาทแทบไม่ได้เสด็จออกว่าราชการเลย ทรงประชวรหนักอยู่บนแท่นบรรทมเป็นเวลานาน ทั้งยังทรงอารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ผู้ปกครองไร้คุณธรรมเช่นนี้ อย่าว่าแต่ในราชสำนักเลย แม้แต่บนท้องถนนในฉางจิงก็เต็มไปด้วยบรรยากาศอึมครึมวุ่นวาย”
“ฝ่าบาทเริ่มเสด็จออกว่าราชการน้อยลง ตั้งแต่ช่วงกลางปีก่อนหน้านู้นแล้วมิใช่หรือ”
“ตอนนั้นยังคงเสด็จออกอยู่บ้าง”
“แล้วราชครูเล่า”
“ราชครูไม่อยู่ในราชสำนักตั้งนานแล้ว ดีที่ยังมีอวี่เจียนไป๋ ซึ่งตอนนี้ดำรงตำแหน่งอัครเสนาบดี คอยรักษาราชการแทนอยู่ ก็นับว่าเป็นเสนาบดีผู้ทรงคุณธรรมคนหนึ่ง”
“รัชทายาทเล่า…”
“แผ่นดินต้าเยี่ยนยังไร้ผู้สืบทอด”
แม้จะเป็นเมืองหยางตูที่ห่างไกลจากฉางจิงนับพันลี้ แ