นักพรตชราท่านนั้นพักอยู่ที่อารามเทียนซิง เรื่องนี้ย่อมไม่พ้นปากนักพรตในอารามหรอก เมื่อเช้าตอนเข้าเมืองข้าบังเอิญเจอนักพรตจากเทียนซิงท่านหนึ่ง จึงได้ยินเขาเปรยออกมา เจ้าอย่าได้เที่ยวแพร่งพรายไปเล่า มิเช่นนั้นหากเรื่องเข้าหูพวกที่ศรัทธาเทพจี๋เล่อล่ะก็ จะกลายเป็นเรื่องยุ่งเอา”
“แน่นอนอยู่แล้ว! ข้าเองก็อยากให้เทพจี๋เล่อถูกปราบไปเร็วๆ!”
“เพราะข้าไว้ใจเจ้าหรอกนะถึงได้บอก!”
“แล้วผู้วิเศษท่านนั้นจะมาเมื่อไหร่หรือ”
“ได้ยินว่ามาถึงแล้ว พักอยู่เมืองฝั่งตะวันออก ส่วนจะเป็นที่ไหนนั้น ข้าก็มิอาจรู้ได้”
“เช่นนั้นก็ดี…”
ชายหนุ่มร่ายรำต่อไปไม่หยุดหย่อน
ทว่ายามที่เขาเหลือบมองไปด้านข้างโดยบังเอิญ กลับต้องชะงักงันไป
ท่ามกลางฝูงชนที่ยืนมุงดูอยู่นั้น ปรากฏร่างของเทพมารตนหนึ่งสูงท่วมหัวคน ใบหน้าสีแดงสด ทั่วร่างปกคลุมด้วยขนสีขาว ดวงตาดุจพยัคฆ์ร้ายกำลังจ้องเขม็งมาทางพวกเขา
“อา!”
ชายหนุ่มร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ จนท่วงท่าร่ายรำต้องสะดุดลง
ใครๆ ก็ว่าหน้ากากไล่ผีนั้นน่ากลัว แต่เทพเจ้าอสูรตนนี้กลับดูสยดสยองยิ่งกว่าหน้ากากที่พวกเขาสวมใส่เสียอีก
นั่นดูเหมือนจะเป็น…เทพจี๋เล่อ!
ทว่ามิทันที่ชายหนุ่มจะได้มองให้ชัดเจน ร่างนั้นก็อันตรธานหายไปเสียแล้ว ราษฎรที่ยืนอยู่ตรงนั้นยังคงเฝ้ามองขบวนรำอยู่ตามปกติ แม้แต่ในยามที่เขารำผิดจังหวะจนตามขบวนไม่ทัน ผู้คนมากมายก็พากันจับจ้องมาที่ตัวเขา ราวกับว่าพวกเขาไม่เคยสังเกตเห็นเลยว