บทที่ 436 องค์เทพอันเล่อ
“ปีนี้ผลผลิตดูท่าจะดีทีเดียว”
“ยามนี้ดูแล้วก็ดีอยู่หรอก เพียงแต่ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นอย่างไร จะกินอิ่มท้องหรือไม่ก็ไม่รู้” ชายชราตอบตามตรง “พวกข้าเองก็เพิ่งเคยปลูกครั้งแรก ไม่รู้หรอกว่าต้องเก็บเกี่ยวเมื่อไหร่ หรือต้องกินอย่างไร”
“อา…”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซ่งโหยวจึงเดินไปที่ข้างทาง เขาเอื้อมมือไปลูบฝักที่ติดอยู่บนลำต้น แล้วลองแกะเปลือกหุ้มออกดูเล็กน้อย พลางเอ่ยกับชายชราว่า “ข้าเห็นว่านี่ก็ใกล้จะถึงช่วงศารทวิษุวัตแล้ว หากเป็นที่เมืองสวี่โจวป่านนี้คงเก็บมาตากแห้งกันหมดแล้ว เห็นข้าวนางแอ่นในไร่ของท่านผู้เฒ่าสุกงอมพร้อมเก็บเกี่ยวตั้งนานแล้ว แต่ท่านกลับยังนิ่งเฉย ข้าจึงนึกว่าสภาพอากาศแถบนี้จะแตกต่างออกไปเสียอีก”
“คุณชายรู้จักมันหรือ”
“รู้จักสิ รู้จักดีทีเดียว” ซ่งโหยวพยักหน้าพลางระบายยิ้ม “ข้าวนางแอ่นพวกนี้ หากเห็นลำต้นและใบแห้งเหลืองแล้ว เมื่อลองแกะเปลือกหุ้มดูข้างในพบว่าแห้งสนิท สัมผัสแล้วแข็งกระด้างไร้ความชื้น ทั้งยังมีน้ำหนักเบาลง นั่นแสดงว่าเก็บเกี่ยวได้แล้ว เมื่อเก็บไปแล้วก็ให้แกะเมล็ดออกทีละเม็ด หาที่โล่งปูเสื่อตากแดดให้แห้งสนิท เช่นเดียวกับข้าวเปลือก ก็จะเก็บรักษาไว้ได้นานขึ้น ข้อสำคัญคือระหว่างเก็บรักษาห้ามให้มีความชื้นเด็ดขาด ยามจะกินก็บดเป็นผงชงเป็นข้าวต้มเหลว หรือจะนำไปหุงข้าว ทำเป็นแผ่นแป้งก็ย่อมได้”
“เช่นนั้นคนแก่อย่างข้าต้องจำให้ขึ้นใจเสียแล้ว…”
“น