ได้เร็วยิ่งขึ้น ยามนี้เขาเพียงลืมตาขึ้นนั่งสงบนิ่ง ชมดูดวงตะวันขึ้นอย่างเงียบงัน
หากจะกล่าวถึงความยิ่งใหญ่และตราตรึงใจ ย่อมไม่มีสิ่งใดเทียบเคียงท้องทะเลได้
ทว่านั่นคือรางวัลที่ทะเลมอบให้แก่ผู้ที่กล้าหาญมุ่งหน้าสู่ใจกลางมหามุมทรโดยไม่หวั่นเกรงต่อคลื่นลมแรงเท่านั้น
ตะวันเคลื่อนสูงขึ้นเรื่อยๆ โลกหล้าค่อยๆ สว่างไสว
“เฮ้อ…”
นักพรตหนุ่มที่นั่งอยู่ริมทะเลพ่นไอขาวออกมา แล้วค่อยๆ หยัดกายขึ้น สะบัดจัดอาภรณ์ให้เข้าที่ เมื่อหันกลับไปก็เห็นเด็กหญิงตัวน้อยจัดเก็บผืนผ้าให้เรียบร้อยแล้ว บัดนี้จึงมีย่ามใบใหญ่วางอยู่ข้างกาย
ม้าขนแดงก็ยืนรอเขาอย่างรู้ความ
ซ่งโหยวแบกย่ามขึ้นวางบนหลังม้าอย่างระมัดระวัง เพียงเขายื่นมือออกไป เด็กหญิงตัวน้อยก็ส่งไม้เท้าไผ่ให้ทันที
“ขอบใจแม่นางสามสี”
“ไม่เป็นไร!”
“ไปกันเถิด”
นักพรตหนุ่มค้ำไม้เท้าก้าวเดินไปเบื้องหน้า
ม้าขนแดงก็ก้าวตามไป เสียงกระดิ่งพลางดังกังวานไปทั่ว ไม่ต่างจากเมื่อเจ็ดแปดปีก่อนยามเพิ่งออกจากอี้ตูเลยแม้แต่น้อย
เจ้าแมวยังคงวิ่งเหยาะๆ ตามติดเขาไป ทว่าในใจกลับรู้สึกอาลัยอาวรณ์นัก นางหันกลับไปมองข้างหลังอยู่บ่อยครั้ง มีหลายครั้งที่นางเดินแตกแถวไปยังที่สูงเพราะอยากมองดูภาพท้องสมุทรสีครามอีกสักครา
“หนทางข้างหน้า ยังมีทะเลให้เจ้าชมอีกหลายแห่ง”
นักพรตไม่ได้หันกลับมามอง ทว่าคล้ายจะล่วงรู้ถึงความอาลัยในใจของนางจึงเอ่ยขึ้น
“ข้ารู้น่า…”
แม่นางสามสีย่อมรู้อยู่แก่ใจ
ทว่