บทที่ 433 ยังคงเพรียกร้องว่าเทพเซียน
มหาสมุทรสีครามกว้างไกลสุดคณา เรือลำน้อยลอยล่องอยู่ท่ามกลางระลอกคลื่น
บนเรือมีผู้หนึ่งเอนกาย อีกผู้หนึ่งพายเรือ
แว่วเสียงสนทนามาตามลมอย่างแผ่วเบา
“แม่นางสามสีพายเรือช่ำชองขึ้นทุกวันจริงๆ” ซ่งโหยวนอนเอกเขนกอยู่บนเรืออย่างเกียจคร้าน หมวกโต่วลี่ใหญ่ช่วยบดบังแสงอาทิตย์แผดจ้ากลางทะเลไว้จนสิ้น ในอ้อมแขนโอบลูกมะพร้าวพลางใช้หลอดไม้ไผ่เล็กๆ ดูดน้ำ เขาจ้องมองเด็กหญิงในชุดเสื้อคลุมหญ้าสานที่กำลังพายเรืออย่างขะมักเขม้น “มองเผินๆ ข้านึกว่าเป็นชาวประมงเฒ่าที่ใช้ชีวิตกลางทะเลมาตั้งแต่เยาว์วัยเสียอีก”
“เพราะแม่นางสามสีเก่ง!”
“ไม่เพียงเก่งกาจ แต่ยังพายได้รวดเร็วยิ่งนัก”
“ถูกต้อง! พายได้เร็วมาก!”
เด็กหญิงตัวน้อยได้ยินดังนั้นก็เร่งฝีพายขึ้นทันที
“แม่นางสามสีจะเหนื่อยเกินไปหรือไม่”
“แม่นางสามสีไม่เหนื่อย!”
“ก็นั่นสินะ แม่นางสามสีเก่งกาจถึงเพียงนี้ พายเรือเพียงครู่เดียวจะเหนื่อยได้อย่างไร” ซ่งโหยวกล่าวพลางเหลียวมองไปรอบๆ แล้วชี้นิ้วไปยังทิศหนึ่ง “มุ่งหน้าไปทางนั้นเถิด”
“ตกลง!”
เด็กหญิงออกแรงพายไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง
ทิศทางนั้นมีโขดหินหลายก้อนโผล่พ้นผิวน้ำมาเล็กน้อย
บนโขดหินมีร่างสองร่างนั่งสงบนิ่งอยู่
ทั้งคู่มีร่างกายกำยำทรงพลัง นั่งขัดสมาธิอยู่บนโขดหินโดยไม่ไหวติง ราวกับเป็นรูปปั้นศิลา ไม่รู้ว่านั่งมานานเท่าใดแล้ว มองจากไกลๆ เห็นเพียงปราณวิญญาณรอบกาย
ตึง…
เรือไม้กร