ะทบเข้ากับโขดหิน
เด็กหญิงตัวน้อยตกใจจนสะดุ้ง รีบชะโงกหน้าไปดู
เคราะห์ดีที่เรือไม่ได้เสียหาย
ร่างทั้งสองลืมตาขึ้นในทันใด ท่วงท่าแทบจะลอกเลียนแบบกันมา ทั้งคู่หยัดกายขึ้นพร้อมกันก่อนจะประสานมือคารวะนักพรตหนุ่ม
“คารวะท่านเซียน”
“พวกข้ารอคอยท่านเซียนมาเนิ่นนานแล้ว”
“พวกท่านพอใจกับเกาะสองแห่งนั้นหรือไม่” ซ่งโหยวยังคงสวมชุดหญ้าสานและหมวกโต่วลี่ใบใหญ่ ดูเหมือนกับชาวประมงเฒ่าไม่มีผิดเพี้ยน ทว่าเขาไม่ได้รอคำตอบ กลับเอ่ยต่อไปว่า “ในสายตาข้า พวกท่านคือจอมมารที่ไม่ได้พบเห็นบ่อยครั้งนัก ร่างจริงใหญ่โตดุจขุนเขา ใช้เกาะเพียงสองแห่งเป็นที่บำเพ็ญตบะดูจะคับแคบไปเสียหน่อย ประจวบเหมาะกับช่วงนี้ข้าได้ออกพเนจรไปทั่วน่านน้ำแห่งนี้ พบว่าที่นี่มีเกาะน้อยใหญ่มากมายที่เปี่ยมด้วยพลังวิญญาณอัศจรรย์ ทว่าบัดนี้ข้าได้นำดินบูรพามาไว้กับตัวแล้ว ไม่รู้ว่าภายหน้าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงเช่นไร จึงอยากขอให้พวกท่านทั้งสองคอยดูแลที่นี่แทนข้าสักระยะ”
“ท่านเซียนหมายความว่า จะยกเกาะทั้งหมดในน่านน้ำอันกว้างใหญ่นี้ให้พวกข้าใช้เป็นที่พำนักบำเพ็ญตบะหรือ”
“แล้วจ้าวสมุทรจะยินยอมหรือ”
“ข้าได้วางมหาค่ายกลไว้ทั่วน่านน้ำนี้แล้ว นับแต่นี้ไปสรรพชีวิตภายนอกไม่อาจย่างกรายเข้ามาได้โดยง่าย” ซ่งโหยวกล่าว “หากพวกท่านยินดีอยู่ที่นี่ ก็เพียงต้องหาเวลาช่วยข้าดูแลค่ายกลนี้ ไม่ให้พลังวิญญาณสลายไป คอยดูแลหมู่เกาะน้อยใหญ่ให้ลมสงบคลื่นนิ่ง หากอาณาจักรใด