เกิดความปั่นป่วนเพราะขาดพลังวิญญาณ ก็จงแจ้งข่าวให้ข้าทราบโดยเร็ว อีกทั้งยังต้องช่วยข้าสอดส่องการเดินเรือ หากจ้าวสมุทรบังอาจก่อคลื่นลมอีก นับแต่นี้ไป พวกท่านก็สามารถเดินทางไปทั่วท้องทะเลแห่งนี้ได้อย่างเสรีแล้ว”
“แท้จริงแล้วความเปลี่ยนแปลงของพลังวิญญาณแถบนี้ก็เป็นผลมาจากท่านนี่เอง”
“พวกข้ารับปาก”
“ข้าไม่มีสิ่งใดต้องกำชับพวกท่านมากนัก เพียงหวังว่าพวกท่านจะบำเพ็ญเพียรอยู่ที่นี่อย่างสงบ อย่าได้ใช้อำนาจข่มเหงใคร ถือเสียว่าไม่ให้เสียแรงที่ข้าไว้วางใจ”
ซ่งโหยววาดนิ้วกลางอากาศ ร่างเป็นอักขระยันต์สองตัว แสงสว่างควบแน่นไม่กระจายตัวหายไป เขาโบกมือเพียงเบาๆ อักขระนั้นก็ลอยเข้าหาร่างจอมมารทั้งสอง นั่นคือสิ่งยืนยันสิทธิ์ในการควบคุมมหาค่ายกล
กับจอมมารระดับนี้ ย่อมไม่จำเป็นต้องกล่าววาจาให้มากความนัก
“ขอบพระคุณท่านเซียน!”
“พวกข้าจะไม่ทำให้ท่านต้องผิดหวัง!”
“ท่านเซียนโปรดวางใจ หากมังกรตัวนั้นผิดคำสัตย์ ก่อคลื่นลมในทะเลอีกครั้ง ไม่ต้องถึงมือท่านหรอก พวกข้าทั้งสองจะทุ่มกำลังสังหารมันทิ้งกลางทะเลแห่งนี้เอง!”
จอมมารทั้งสองเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
“ขอบใจพวกท่านเช่นกัน”
ซ่งโหยวยังคงเชื่อมั่นในคุณธรรมของทั้งสอง
ครานั้นที่เขาเยี่ยซานก็เคยประจักษ์มาแล้ว
“ไปกันเถิด แม่นางสามสี”
“ก็ได้…”
เด็กหญิงตัวน้อยจ้ำไม้พายกลับไป เรือลำน้อยจึงถอยห่างออกมา
นักพรตหนุ่มยืนตระหง่านอยู่บนหัวเรือ ร่ายอาคมสร้างค่ายกลไว้
พล