วตรงล้อมรอบซ่งโหยวไว้ ทว่าหาได้เลียอุ้งเท้าหรือเกาตัวแก้เก้อ แสดงให้เห็นถึงกิริยามารยาทที่ถูกฝึกปรือมาอย่างดี
ซ่งโหยวมองภาพนั้นด้วยความตะลึง
เห็นเพียงแมวส้มตัวใหญ่เดินเข้ามาหาเขา แล้วยืนขึ้นด้วยสองขาหลังประหนึ่งมนุษย์ ก่อนจะโค้งคารวะซ่งโหยว
“คารวะ ท่านผู้ทรงเกียรติ”
“คารวะ ท่านผู้เจริญ”
“เอ๊ะ ข้าเรียกท่านว่าท่านผู้ทรงเกียรติ เหตุใดท่านจึงเรียกข้าว่าท่านผู้เจริญเล่า หรือว่าท่านกำลังดูแคลนข้ากัน”
“ข้าพูดจนติดปากไปเสียแล้ว ขออภัยด้วยจริงๆ” แม้ซ่งโหยวจะรู้สึกแปลกประหลาดใจ ทว่ายังคงรักษามารยาท ประสานมือคารวะใหม่ “คารวะ ท่านผู้ทรงเกียรติ”
“ข้าคือแม่ทัพตรวจตราสมุทรแห่งอาณาจักรวิฬาร นามว่าหวงจ้วง แล้วท่านผู้ทรงเกียรติมีนามว่าอย่างไร” แมวส้มเอ่ยถาม
แม้แม่นางสามสีจะกำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดสงสัยในความเป็นแมวของตน แต่นางก็ขานรับตามความเคยชิน
“เทพ… เทพแมวรึ”
เหล่าแมวนับร้อยที่ได้ยินต่างพากันตกตะลึง
“นางเคยเป็นเทพแมวที่ชาวต้าเยี่ยนนับถือเลื่อมใสจริงๆ” ซ่งโหยวช่วยกล่าวยืนยัน “เพียงแต่นางไม่ได้เป็นเทพแมวมานานมากแล้ว”
“เจ้ามีความสามารถอันใด ถึงได้ถูกยกย่องเป็นเทพแมว” แมวส้มจ้องมองนางด้วยสายตาเคลือบแคลง
“แม่นางสามสีนั้นเก่งกาจยิ่งนัก” ซ่งโหยวกล่าว
“แม่นางสามสีพ่นไฟได้ เรียกเทพแห่งขุนเขาเขามาก็ได้ แปลงกายเป็นหมาป่าตัวโตหรือเสือโคร่งดุร้ายก็ได้นะ!” แม่นางสามสีอธิบายไปโดยไม่ต้องคิด ครั้นกล่าวจบนางก็อ