ักรแขนยาวนานถึงครึ่งปี และได้ยินว่าช่วงนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้นบ้างแล้ว จึงรีบเร่งเดินทางกลับมา นึกไม่ถึงว่าจะต้องมาพบกับมหันตภัยกลางทะเลเช่นนี้ หากไม่ได้ท่านเซียนช่วยไว้ พวกเราคงกลายเป็นผีเฝ้าก้นบึ้งทะเลไปนานแล้ว”
“อาณาจักรแขนยาวหรือ”
เถ้าแก่เจี่ยเหลือบมองซ่งโหยวแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปทางทายาทยักษาแล้วกล่าวต่อว่า “อีกประการหนึ่ง ท่านเยี่ยนั้นองอาจนัก ปีศาจและวิญญาณร้ายในท้องทะเลต่างพากันขยาดเขา อีกทั้งเขายังพูดภาษายักษาได้ และรู้จักวิธีบูชามังกรจ้าวสมุทร คอยคุ้มครองพวกเรามาตลอดหลายปีนี้ จึงทำให้พวกเราพอจะมีขวัญกำลังใจกล้าเดินเรือขอรับ”
“บูชามังกรจ้าวสมุทรหรือ” ซ่งโหยวเริ่มสนใจขึ้นมาอีกครั้ง “ก็คือการโยนปศุสัตว์ลงทะเลอย่างที่ทำเมื่อคืนนี้รึ”
“ถูกต้องแล้วขอรับ” เถ้าแก่เจี่ยพยักหน้า
“นี่เป็นประเพณีของอาณาจักรยักษาขอรับ พวกเขาเคารพบูชาจ้าวสมุทรมานานแล้ว โดยเชื่อว่าจ้าวสมุทรโปรดปรานเนื้อปศุสัตว์มาก หากโยนเครื่องเซ่นเหล่านี้ลงไป ท่านก็จะไม่มารบกวนและจะช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัย” เยี่ยซินหรงเอ่ยด้วยท่าทางขัดเขินเล็กน้อย “ที่จริงข้าเองก็ไม่ทราบว่าเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่”
“แล้วท่านเคยเห็นจ้าวสมุทรมากินเครื่องเซ่นเหล่านั้นบ้างไหม”
“ไม่เคยเห็นสักครั้งขอรับ” เถ้าแก่เจี่ยตอบ “เพียงแต่หลายปีมานี้ก็ไม่เคยเกิดเรื่องร้ายแรงใดๆ ขึ้นเลย”
“อย่างนั้นรึ…”
ซ่งโหยวนึกย้อนไปถึงภาพเหตุการณ์เมื่อคืนนี้
ดูเหมือ