่าเมื่อหลายปีก่อนกลับถูกคนชั่วใส่ร้าย โดยอ้างว่าพวกเราเป็นเผ่าพันธุ์อื่นแต่กลับกุมอำนาจทหารในแคว้นหยางโจวไว้ จึงกราบทูลต่อราชสำนักจนท่านปู่, ท่านพ่อและท่านอาต้องถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งกันถ้วนหน้า พอมาถึงรุ่นของข้า จึงทำได้เพียงติดตามเรือค้าขายเช่นนี้ขอรับ”
เถ้าแก่เจี่ยได้ยินดังนั้นจึงเสริมขึ้นว่า “ท่านเยี่ยเป็นคนซื่อตรงและกล้าหาญยิ่งนัก หลายต่อหลายครั้งที่พวกเรารอดมาได้ก็เพราะท่าน”
“เป็นเรื่องราวที่ดีจริงๆ” ซ่งโหยวจิบชาพลางเอ่ยชม
“คุณชายเคยไปเยือนแคว้นหยางโจวหรือไม่ขอรับ”
“ยังไม่เคยเลย”
“หากคุณชายได้ไปหยางโจว ย่อมต้องเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเป็นแน่ เรื่องราวเล่าขานของท่านปู่ทวดที่โด่งดังมากในหยางโจว จนถึงตอนนี้ถูกเล่าต่อกันไปหลากหลายสำนวน ข้าเป็นคนปากหนักพูดไม่เก่ง บางทีเรื่องที่คุณชายจะได้ยินที่หยางโจว อาจจะสนุกสนานกว่าที่ฟังจากปากข้าเสียอีกขอรับ”
“เช่นนั้นข้าคงต้องรอให้ไปถึงหยางโจวก่อนถึงจะได้รู้”
ซ่งโหยวยิ้มให้พวกเขาเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามต่อว่า “ได้ยินว่าช่วงนี้ท้องทะเลไม่สงบนัก เรือสินค้าในแคว้นล่างโจวต่างไม่กล้าออกทะเล แล้วเหตุใดพวกท่านถึงยังล่องเรืออยู่กลางสมุทรเช่นนี้เล่า”
“มันเป็นเรื่องที่สุดวิสัยจริงๆ ขอรับ” เถ้าแก่เจี่ยกล่าว “พวกเราเดินทางไปอาณาจักรแขนยาวตั้งแต่ปีกลาย แม้จะได้ยินข่าวว่าท้องทะเลเริ่มไม่สงบสุข แต่จะให้พำนักอยู่ที่นั่นตลอดไปก็คงไม่ได้ หลังจากรอคอยอยู่ที่อาณาจ