างโจวถึงจะหาเจอ เช่นนั้นย่อมไม่มีทางผิดพลาดแน่
ซ่งโหยวโน้มศีรษะลงมองเจ้าแมวข้างกาย จากนั้นจึงแหงนหน้าเชยชมแสงดาวต่อไป ไม่รู้ว่าท่ามกลางหมู่ดาวเหล่านั้น จะมีผู้ใดจับจ้องมาที่เขาหรือไม่
ซ่งโหยวไม่รู้ตัวว่าตนเข้าสู่ห้วงนิทราไปตั้งแต่เมื่อใด
เขาลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนกนางนวล
บัดนี้ท้องฟ้าทอแสงสว่างจ้า
ซ่งโหยวเหยียดกายลุกขึ้นพลางกวาดสายตามองไปรอบๆ ข้างกายเขามีมะพร้าวที่ถูกเจาะเปิดไว้ลูกหนึ่ง, แผ่นแป้งรองด้วยใบไม้แห้ง และน้ำดื่ม สัมภาระทั้งหมดวางเรียงรายอยู่ด้านข้าง เรือลำน้อยยังคงจอดสงบนิ่งอยู่บนหาดทราย เจ้าม้ากำลังเล็มหญ้าอยู่ข้างกายอย่างเงียบเชียบ ทว่าเจ้าแมวกลับหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
“…”
ซ่งโหยวขยี้ตาก่อนจะลุกขึ้นยืน
เจ้าม้าเงยหน้าขึ้นมองเขาครู่หนึ่ง
“เป็นอย่างไร หญ้าริมทะเลไม่ถูกปากเจ้าหรือ” ซ่งโหยวเอ่ยถามเจ้าม้า
ม้าขนแดงเพียงแต่พ่นลมออกจากจมูกเป็นเชิงตอบรับ
ซ่งโหยวยิ้มออกมา ก่อนจะบ้วนปากด้วยน้ำในชาม ใช้ผ้าเช็ดหน้าจนสะอาด จากนั้นจึงกินเริ่มแผ่นแป้งคู่กับน้ำมะพร้าวพลางทอดสายตามองไปไกลๆ
ไกลออกไปเป็นหาดหินขรุขระ มีจุดสีดำเล็กๆ กระจายอยู่เต็มบริเวณ คงจะเป็นชาวบ้านแถบนี้ที่มาหาของทะเลกัน ใกล้เข้ามาหน่อยปรากฏรอยเท้าเป็นแนวยาว ช่วงแรกยังเป็นรอยเท้ารูปดอกเหมยเล็กๆ แต่พอห่างออกไปสักพักก็กลายเป็นรอยเท้ามนุษย์ ทว่าก็ยังมีขนาดเล็กกว่ารอยเท้าผู้ใหญ่ทั่วไปมากนัก ซึ่งรอยเท้าเหล่านั้นก็ทอดยาวไป