หญ่ขึ้นมาสักหน่อย ขนาดประมาณเรือที่เขาเคยนั่งในแม่น้ำอิ่นเจียงหรือหลิ่วเจียง เพื่อความสะดวกในการพาม้าขึ้นไปด้วย
ทว่าเมื่อมาคิดดูอีกที ประการแรกเขาเกิดที่อี้โจว ไม่เคยพายเรือมาก่อน หากเรือใหญ่เกินไปแล้วไม่อาจใช้คาถาอาคมก็เกรงว่าจะควบคุมไม่อยู่ ประการที่สอง คลื่นลมในทะเลนั้นรุนแรงกว่าในแม่น้ำมากนัก แม้เจ้าม้าแดงจะไม่เหมือนม้าทั่วไป แต่จะให้มันไปยืนบนเรือเล็กที่พอดีตัวท่ามกลางคลื่นลมทะเลนั้น ก็คิดว่าคงลำบากใจมันไม่น้อยเลย เขาจึงเปลี่ยนใจขอซื้อเรือลำเล็กพอดีตัวเขาก็พอ
“ได้เลย!”
เสมียนท้องถิ่นกล่าวด้วยสำเนียงท้องถิ่นที่ฟังค่อนข้างยาก “แถวนี้มีเรือเล็กขายอยู่เต็มไปหมดเลย อย่าว่าแต่เรือเก่าเลย ซื้อเรือใหม่ก็มิแพงนัก หาซื้อง่ายมากจริงๆ ขอรับ”
“ข้าขอซื้อเรือเก่าๆ สักลำก็พอ”
“เช่นนั้นก็ยิ่งง่ายเลย!”
“เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านมาก”
“แหะๆ…”
เสมียนคนนั้นไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไร จึงได้แต่ฉีกยิ้มกว้างออกมา
ผู้พิพากษาหลู่เดินมาส่งพวกเขาถึงหน้าศาลากลาง พร้อมกับมอบคันเบ็ดที่ตนเคยใช้ให้เป็นของกำนัล อีกทั้งยังหยิบเหรียญทองแดงออกมาหวังจะมอบให้เป็นค่าเดินทาง ทว่ายามนี้ซ่งโหยวหาได้ขัดสนเรื่องเงินทอง จึงกล่าวขอบคุณแล้วปฏิเสธเงินนั้นไปอย่างนุ่มนวล แต่ยอมรับคันเบ็ดไม้ไผ่พร้อมกับสายและขอเบ็ดไว้แทน ถือเป็นของที่ระลึกจากมิตรสหายที่คุยถูกคอ
จากนั้น ซ่งโหยวจึงพาม้าขนแดงและแมวสามสี เดินตามเสมียนท้องถิ่นออกนอกเมือง มุ่งหน