ลี่ยงหกเหวิน…”
“แม่นางสามสีต้องรู้ไว้นะ…”
ซ่งโหยวพายเรือพลางกล่าวกับนางต่อไป “คนเราจะเป็นเด็กไปตลอดไม่ได้ อย่าได้เสียดายเงินใต้หมอนเพราะอยากร่ำสุราเลย”
ฟิ้ว…
นกนางแอ่นโผบินลงมาเกาะหัวเรือ
ภายใต้แสงอัสดง เรือลำน้อยลอยล่องไปตามแนวชายฝั่ง ม้าขนแดงเดินตามช้าๆ อยู่บนตลิ่ง
เหล่านกและปลาน่าจะฉงนใจนัก ที่เห็นนักพรตบนเรือกำลังสนทนากับแมว
“เอาเงินไปซื้อเหล้าหรือ”
“แม่นางสามสีศึกษาบทกวีมาเนิ่นนาน ย่อมต้องรู้ว่านี่เป็นเพียงคำเปรียบเปรย” ซ่งโหยวอธิบายอย่างใจเย็น “ชีวิตคนช่างสั้นนัก วัยเยาว์ยิ่งสั้นกว่า แม่นางสามสีต้องรู้จักเห็นคุณค่าของวัยเยาว์บ้าง วัยนี้เจ้ายังรักสนุกและยังมีเรี่ยวแรง อย่าได้ตระหนี่เรื่องเงินทอง จงหาความสุขสำราญเสียแต่ตอนนี้ ต่อไปในอนาคต แม่นางสามสีก็จะรู้สึกขอบคุณตนเองในตอนนี้”
“อืม…”
เจ้าแมวน้อยตกอยู่ในห้วงความคิด ทว่าดวงตากลมโตคู่นั้นก็ยังคงจับจ้องนักพรต
ฝ่ายนกนางแอ่นที่หัวเรือก็ได้แต่ไซร้ขนไปมาอย่างเกียจคร้าน
ผ่านไปครู่ใหญ่ จึงได้ยินเสียงนางพึมพำเบาๆ
“แม่นางสามสีรู้แล้วล่ะ…
“แม่นางสามสีรู้อยู่แล้ว…”
แม่นางสามสีผู้เคี่ยวกรำเล่าเรียนบทกวีมาเนิ่นนาน มีหรือที่จะไม่รู้ว่าเงินซื้อสุรานั้นเป็นคำเปรียบเปรย
……………