าษฎรโง่เขลานัก ก็เรียกได้ว่าหยิ่งผยองเกินไปแล้ว มนุษย์หาได้หลอกง่ายถึงเพียงนั้น ในใจย่อมมีตาชั่งวัดความเที่ยงธรรม เมื่อเวลาผ่านไป แรงศรัทธาและควันธูปจะค่อยๆ โน้มเอียงไปทางเทพเจ้าที่สร้างประโยชน์ให้แก่พวกเขาจริงๆ ต่อให้จะหลอกล่อหรือบังคับให้พวกเขาสักการะ แต่หากใจไม่ศรัทธา แรงศรัทธานั้นก็ย่อมสูญเปล่า
เมื่อเทพเจ้าเหล่านี้เผชิญหน้ากับปุถุชนเดินดินที่ไม่ยอมก้มหัวให้ ก็ได้แต่หาหนทางปั่นหัวและใช้อำนาจแห่งเทพในทางที่ผิด
ทว่า… วิธีการเช่นนี้ย่อมไม่ยั่งยืน ข้อนี้ซ่งโหยวย่อมรู้ดี จักรพรรดิชื่อจินเองก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ
เพิ่งจะมีการปะทะคารมกันที่เขาเยี่ยซานแห่งเฟิงโจวแท้ๆ คาดว่าจักรพรรดิชื่อจินและเทพองค์สนิททั้งสองคงตระหนักถึงความไม่พอใจของซ่งโหยวที่มีต่อสรวงสวรรค์ บัดนี้ซ่งโหยวมาเยือนที่นี่เพื่อสืบสาวเรื่องราวอันเร้นลับของเส้นทางสู่สวรรค์ด้วยตาตนเอง เสมือนว่าเขามาเดินวนเวียนอยู่หน้าประตูสวรรค์ คอยคิดหาวิธีสะเดาะกุญแจอยู่เรื่อยไป มีหรือที่องค์เทพจะไม่รู้สึกกระวนกระวายใจ
ทว่าซ่งโหยวหาได้ใส่ใจไม่
เขานั่งบนยอดเขาต่ออีกพักใหญ่ ดวงตะวันค่อยๆ เคลื่อนตัวสูงขึ้น ไออุ่นจากที่สาดส่องลงมากระทบผิวกายเริ่มร้อนแรงขึ้น หยาดน้ำค้างยามเช้าค่อยๆ ระเหยไป เนื้อผ้าและเส้นผมที่เปียกชื้นก็เริ่มแห้งสนิท ครั้นมองลงไปเบื้องล่างเห็นเหล่านักพเนจรที่ลานกว้างกำลังกล่าวคำอำลากันและเตรียมเดินลงเขาไป
แม่นางสามสีหันหน้ามามองนัก