ษย์น้อยของข้าเล่า”
“ศิษย์น้อยหรือ…”
เจ้าหน้าที่กวาดสายตามองแม่นางสามสีอย่างไม่ใส่ใจนัก ก่อนจะโพล่งออกมาว่า “จะเก็บเงินเด็กน้อยเช่นนางไปทำไมกันเล่า คุณชายคงมีเงินเหลือใช้จนไม่รู้จะใช้จ่ายไปกับอะไรแล้วกระมัง!”
เด็กหญิงตัวน้อยเบิกตาโพลง ยิ่งจ้องเขาตาเขม็ง
“ขอบคุณท่านมาก”
ซ่งโหยวหัวเราะเบาๆ เขาคลำหาสิ่งของในถุงใส่ผ้าบนหลังม้าครู่หนึ่ง แล้วยื่นเหรียญทองแดงร้อยเหวินที่ร้อยเป็นพวงไว้อย่างดีให้เจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่รับเงินแล้วปล่อยให้พวกเขาขึ้นเขาไป ทว่าก็อดไม่ได้ที่จะมองตามหลังพร้อมกับพึมพำในใจ นักพรตผู้นี้ช่างคร่ำครึเสียจริง
แม่นางสามสีเผยสีหน้าเคร่งขรึม อารมณ์ของนางตอนนี้ดูซับซ้อนยากจะบรรยาย
นางรู้สึกยินดีที่ไม่ต้องเสียเงิน ทำให้ประหยัดเงินไปได้บ้าง แต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกขุ่นเคืองกับถ้อยคำของเจ้าหน้าที่ ทว่าสิ่งที่แมวอย่างนางไม่เข้าใจที่สุดก็คือ แม้แต่ม้ายังต้องเสียเงิน แต่ตัวนางผู้เป็นถึงแม่นางสามสี เป็นถึงปีศาจแมวเหมียว กลับผ่านไปได้โดยไม่ต้องเสียเงินสักแดง
“ไปกันเถิด”
ซ่งโหยวลูบศีรษะนางเบาๆ ก่อนจะเริ่มเดินขึ้นเขา
เขาจุนเจ่อเป็นหนึ่งในห้ายอดขุนเขา ผู้ศรัทธาหลั่งไหลมาเยือนไม่ขาดสาย ซ้ำแล้วยังเลือกออกเดินทางในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน เบื้องหน้าเบื้องหลังของนักพรตหนุ่มจึงเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย
ทว่าเหล่านักพนเจรจะกระจุกตัวอยู่เพียงเชิงเขา ครั้นเริ่มปีนสูงขึ้นไป ผู้คนก็เริ่มบางตาลง
ซ่งโหยวหว